ย่านชายฝั่งทะเลของดาร์วิน

ย่านชายฝั่งทะเลของดาร์วิน

กิจกรรมหลายประเภทของเมืองดาร์วินเกิดขึ้นในย่านชายฝั่งทะเลที่ได้รับการฟื้นคืนชีวิตด้วยร้านอาหาร ร้านค้า ทะเลสาบน้ำเค็มที่มีพื้นเป็นทราย และอุทยานป่า  ว่ายน้ำในทะเลสาบน้ำเค็ม ตกปลาจากท่าเทียบเรือ อร่อยกับมื้ออาหารกลางแจ้งที่ปรุงด้วยอาหารทะเลที่เพิ่งจับขึ้นมา และเดินทอดน่องชมคฤหาสน์ริมน้ำ   นอกจากนี้ คุณยังสามารถตามรอยประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองในแถบนี้ได้จากเส้นทางเดินและงานศิลปะสาธารณะ    คุณจะพบเห็นครอบครัวยุคใหม่ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวอยู่รวมกันในย่านชายฝั่งทะเล ชาวอะบอริจินของเมืองดาร์วินที่เรียกกันว่า Larrakia พ่อค้าชาวอินโดนีเซีย และผู้ตั้งรกรากชาวยุโรป ล้วนอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน 

 กิจกรรมกลางแจ้งเป็นส่วนสำคัญของชีวิตในย่านชายฝั่งทะเลของเมืองดาร์วิน ซึ่งจะพบหาได้แค่เดินจากใจกลางเมืองไปไม่ไกลนัก  คุณสามารถว่ายน้ำได้ตลอดทั้งปีในทะเลสาบน้ำเค็มริมชายฝั่งทะเลของเมืองดาร์วิน   ที่นี่มอบประสบการณ์ชายหาดด้วยคลื่นหลายรูปแบบที่เหมาะกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือโปรโต้คลื่นหรือเด็กเล็กที่ยังเดินเตาะแตะ   สำหรับการว่ายบนผิวน้ำที่สงบกว่านี้ คุณสามารถไปเยือนทะเลสาบน้ำเค็มที่สร้างขึ้นโดยการปั๊มน้ำทะเลเข้ามาและมีตาข่ายกรองสัตว์ที่มีเข็มแหลมไม่ให้เข้ามาซึ่งเป็นทะเลสาบปิดขนาดใหญ่และเป็นแหล่งอยู่อาศัยของปลาและคุณสามารถแล่นเรือใบหรือพายเรือแคนูได้ที่นี่ 

 มีทางเดินเท้าและทางจักรยานอยู่ตลอดแนวสันเขื่อนที่กั้นระหว่างน้ำในทะเลสาบปิดและอ่าวที่เปิดออกสู่ทะเล   ไปเดินเล่น ปั่นจักรยาน วิ่งจ้อกกิ้ง หรือดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของผืนน้ำและสัมผัสกับความมีชีวิตชีวาของเขตร้อนที่มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใครของเมืองดาร์วิน   สำรวจสวนและวนอุทยานอันเขียวชะอุ่ม เดินเที่ยวผ่านคฤหาสน์ริมทะเลและเพลิดเพลินกับร้านค้าและร้านอาหารกลางแจ้ง   บริเวณท่าเทียบเรือ Stokes Hill Wharf ซึ่งเป็นแหล่งรวมของร้านอาหาร คุณจะได้รับความสำราญจากสภาพอากาศอันสดชื่นของเมืองดาร์วินและความงามจับใจของอาทิตย์อัสดงไปพร้อมกับอาหารทะเลจานใหญ่   ท่าเทียบเรือแห่งนี้ยังเป็นจุดที่นักตกปลาเพื่อสันทนาการให้ความนิยม และเป็นที่ขึ้นเรือตกปลาแบบเช่าเหมาลำและเรือสำราญที่ออกแล่นชมอ่าว  

 ย่านริมฝั่งทะเลของดาร์วินรุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลาย เริ่มจากชาวอะบอริจิน Larrakia เจ้าของดินแดนที่แลกเปลี่ยนสินค้ากับชนกลุ่มต่างๆ จากอินโดนีเซียเป็นเวลานานหลายศตวรรษ   ผู้ตั้งรกรากชาวมาเลย์และชาวจีนในยุคเริ่มแรกได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี่เช่นกัน ก่อให้เกิดประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกบทหนึ่งของเมืองดาร์วิน   ที่นี่เป็นที่ซึ่งผู้ตั้งรกรากชาวยุโรปกลุ่มแรกของเมืองนี้ลุยน้ำขึ้นฝั่งก่อนที่จะตั้งค่ายพักแรมริมห้วยข้าง Fort Hill   บริเวณท่าเทียบเรือยังเคยเป็นจุดที่การโจมตีทางอากาศของญี่ปุ่นทำให้ออสเตรเลียต้องเผชิญหน้ากับสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่นี่เป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะแห่งแรกในเมืองดาร์วินและเคยเป็นแหล่งกำเนิดของเส้นทางรถไฟที่วิ่งระหว่าง Frances Creek กับท่าเทียบเรือ โดยมีสถานีรถไฟตั้งอยู่ใกล้กับ Stokes Hill 

 เรื่องราวอันน่าทึ่งและเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ถูกสร้างไว้เป็นอนุสรณ์ในผลงานศิลปะสาธารณะที่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในย่านริมฝั่งทะเล ทั้งภายในอาคารและสถานที่สาธารณะต่างๆ   นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถตามรอยประวัติศาสตร์ด้วยการเดินผ่านเข้าไปในอุโมงค์ World War II Oil Storage Tunnels ที่เป็นแหล่งเก็บน้ำมันในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง หรือไปตามเส้นทางเดิน Traveler’s Walk ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสู่ตัวเมืองในขณะที่ท่าเทียบเรือ Stokes Hill Wharf อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปี 1895   ชมเขื่อนหินที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และเยี่ยมชมสถานที่ซึ่ง George Woodroffe Goyder นักสำรวจแร่จากรัฐเซาท์ออสเตรเลียผู้เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานตั้งค่ายพักแรม 

 ทำความรู้จักกับพื้นที่ย่านริมฝั่งทะเลของดาร์วิน ที่ซึ่งชีวิตอันทันสมัยในภูมิอากาศร้อนชื้นของเมืองทางเหนือสุดแห่งนี้บรรจบกับประวัติศาสตร์อันซับซ้อน 

แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเตรเลีย