เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง BIG Pacific Coast Touring Route

เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง BIG Pacific Coast Touring Route

ขับรถ 14 วัน

ออสเตรเลียเป็นประเทศใหญ่ที่หลงใหลในของที่มีขนาดมหึมาหรือ Big Things อันเป็นรูปปั้นขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทุกสิ่งทุกอย่างนับจากกุ้ง สับปะรด ไปจนถึงสัตว์พื้นเมืองและตัวบุคคลอย่าง Ned Kelly  คุณจะพบงานปั้นขนาดยักษ์เหล่านี้ได้ตลอดเส้นทางสายท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง Pacific Coast Touring Route อันงดงามที่ทอดยาวจากซิดนีย์ไปถึงเมืองแคนส์  ขับรถลัดเลี้ยวผ่าน Hunter Valley  อ่าว Byron Bay โกลด์โคสต์ที่ส่งประกายสดใส และชมสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เกาะ Fraser Island และแนวปะการัง Great Barrier Reef  แวะถ่ายภาพกล้วยขนาดใหญ่ รองเท้ายางยักษ์ นกกระทุงตัวมหึมา และอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่กว่าของจริงอีกมากมายตามรายทาง ไม่ว่าคุณจะเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นศิลปะริมไฮเวย์ หรือเห็นเป็นของที่สร้างอารมณ์ขัน แต่สิ่งของขนาดใหญ่เหล่านี้ก็ควรค่าแก่การเยี่ยมมองบนเส้นทางท่องเที่ยวทางรถยนต์ที่งดงามยิ่งของออสเตรเลีย

วันที่ 1 – จากซิดนีย์ไปยัง Central Coast
วันที่ 1 – จากซิดนีย์ไปยัง Central Coast

วันที่ 1 – จากซิดนีย์ไปยัง Central Coast

ทิ้งย่านชานเมืองทางเหนือของซิดนีย์ที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มไว้เบื้องหลังเพื่อเดินทางไปยัง Central Coast ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและเต็มไปด้วยชายหาดที่มอบความอภิรมย์ให้คุณอย่างเหลือเฟือเมื่อเทียบกับจำนวนของผู้มาเยือน เที่ยวหาด Woy Woy และหาด Ettalong Beach ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัว ทั้งสองแห่งล้วนเป็นปากทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Bouddi National Park และ Brisbane Water National Park เดินเที่ยวไปตามเส้นทางเดินป่าและชมศิลปะบนก้อนหินของชาวอะบอริจินโบราณ เลยขึ้นไปทางเหนือ คุณจะพบสวรรค์ของการโต้คลื่นที่หาด Avoca Beach และ Terrigal อันเงียบสงบ คุณอาจลองตกปลาจากริมหาด หรืออิ่มเอมกับมื้อค่ำที่มีฉากหลังงดงาม เปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินเท้าเปล่าบนผืนทรายที่อ่าว Bateau Bay หรืออ่าว Towoon Bay อันห่างไกลผู้คนและมีเขตชนบทที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดอยู่รายรอบ อ่าวทั้งสองจะอยู่ใกล้กับเมืองท่องเที่ยวอันคึกคักของ The Entrance เล่นสกีน้ำในทะเลสาบ Tuggerah Lake ที่อยู่ด้านหลังของเมือง หรือโต้คลื่น ว่ายน้ำ และตกปลาจากชายหาดริมมหาสมุทร   เมื่อคุณได้สำรวจจุดที่น่าสนใจเหล่านี้แล้ว พักค้างคืนในเมืองใดเมืองหนึ่งของเขต Central Coast ซึ่งที่มีให้เลือกตั้งแต่โรงแรมและบ้านพักระดับหรูไปจนถึงที่พักแบบ B&B จุดตั้งแค้มป์ และพื้นที่จอดรถบ้านแบบคาราวาน

วันที่ 2 – จาก Central Coast ไปยัง Hunter Valley
วันที่ 2 – จาก Central Coast ไปยัง Hunter Valley

วันที่ 2 – จาก Central Coast ไปยัง Hunter Valley

ขับผ่านเข้าไปในเมืองนิวคาสเซิล หยุดชม Big Mosquito (ออกเสียงว่า mozzie หากคุณพูดสำเนียงออสซี่) บนถนน Old Maitland Road  โต้คลื่นที่หาด Nobby's Beach ว่ายน้ำที่หาด Bar Beach เล่นเครื่องร่อนที่หาด Dixon Park หรือดำน้ำดูซากเรืออับปางที่มีอยู่มากมายใกล้อ่าว Newcastle Harbour ทานอาหารหรือดื่มกาแฟแถวท่าเทียบเรือ Queens Wharf ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปใน Hunter Valley ที่นี่มีโรงบ่มไวน์ประมาณ 120 แห่ง คุณจะรู้ว่ามาถูกที่เมื่อเห็นขวดไวน์ขนาดยักษ์ใน Pokolbin คอขวดคือปล่องระบายควันของกองไฟที่อยู่ด้านใน ซื้อไวน์โดยตรงจากโรงบ่มที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาใหญ่น้อยของ Lovedale หรือชิมรสชาติไวน์ที่ผลิตขึ้นเองในหมู่บ้านอันสงบเงียบแห่ง Broke หากคุณรักการผจญภัย ลองเล่น Tandem skydive หรือการเหินเวหาคู่
เดินป่าในอุทยานแห่งชาติ Yengo National Park หรือล่องลอยเหนือไร่องุ่นด้วยบอลลูนอากาศร้อน  แวะพักค้างคืนที่เกสต์เฮ้าส์ขนาดเล็กใน Lovedale, Cessnock หรือที่เมืองประวัติศาสตร์ Wollombi 

วันที่ 3 – จาก Hunter Valley ไปยัง Port Stephens
วันที่ 3 – จาก Hunter Valley ไปยัง Port Stephens

วันที่ 3 – จาก Hunter Valley ไปยัง Port Stephens

เปลี่ยนเส้นทางย้อนเข้าไปในแผ่นดินเพื่อชมนาฬิกาแดดที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เมือง Singleton และชมรูปปั้นสุนัข Big Blue Heeler ในเมือง Muswellbrook
หรือจะตรงขึ้นเหนือไปยัง Port Stephens สวรรค์ของการพักผ่อนในวันหยุดก็ได้ ที่นี่มีหาด 26 แห่ง และคาบสมุทรที่เต็มไปด้วยภูเขาและป่าฝนเขตร้อน ขับรถไปยังประภาคาร Nelson Head Lighthouse หรือเดินขึ้นสู่ยอดเขา Tomaree Headland ในอุทยานแห่งชาติ Tomaree National Park จุดท่องเที่ยวทั้งสองแห่งล้วนให้วิวมุมกว้างเหนืออ่าว ขึ้นเรือชมโลมาจากอ่าว Nelson Bay หรือดำสนอร์กเกิลท่ามกลางหมู่ปลาหลากสีสันที่ Fly Point  ขับรถควอดไบค์หรือโฟร์วีลตะลุยเนินทรายอันกว้างใหญ่ของหาด Stockton Beach หรือขึ้นเรือข้ามฟากไปยัง Tea Gardens ที่ใกล้ ๆ กันนั่นเอง คุณจะพบชายหาดที่สวยงามและจุดตกปลาชั้นยอดของแม่น้ำ Myall River  ดื่มด่ำกับความสงบยามค่ำคืนที่อ่าว Anna หรืออ่าว Fingal Bay หรือหาความสำราญกับการผ่อนคลายตามรูปแบบการพักผ่อนในรีสอร์ตที่อยู่ห่างจากท่าจอดเรือ Nelson Bay Marina ไปเพียงสองสามนาที

วันที่ 4 – จาก Port Stephens ไปยัง Coffs Harbour
วันที่ 4 – จาก Port Stephens ไปยัง Coffs Harbour

วันที่ 4 – จาก Port Stephens ไปยัง Coffs Harbour

จาก Port Stephens จะมีเส้นทางเบี่ยงเข้าสู่ด้านในแผ่นดินที่ค่อนข้างไกล แต่คุ้มค่าต่อการเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ Barrington Tops National Park ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก ที่นี่เป็นพื้นที่ซึ่งอุดมด้วยป่าฝนเขตร้อนและยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว คุณอาจพายเรือแคนูในแม่น้ำที่งดงามด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ขี่ม้าบนเส้นทางภูเขา ส่องนก และเดินป่า  หรือจะขยายเวลาการพักอีกหนึ่งคืนหรือหลายคืนในที่พักพร้อมสปาหรือกระท่อมที่เร้นตัวจากโลกภายนอก หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คุณอาจเกาะติดเส้นทางไฮเวย์แล้วเบี่ยงออกนอกเส้นทางเพื่อเที่ยวตามชายฝั่งอันงดงาม ตกปลาหรือดำน้ำจาก Seal Rocks เพลิดเพลินกับหาดต่าง ๆ ของ Forster และแวะเยี่ยมน้ำตก Ellenborough Falls ที่งามตระการตาใกล้ Taree  ชมขวานยักษ์ Big Axe อันดุดันใน Kew และขี่อูฐบนหาด Lighthouse Beach ของเมือง Port Macquarie  ดำน้ำ สนอร์กเกิล หรือตกปลาในทะเลลึกที่ South West Rocks และพักผ่อนบนหาดทรายขาวสะอาดที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านของแหลม Nambucca Heads  เมื่อขับรถต่อไปยังอ่าว Coffs Harbour คุณจะไม่พลาดชมกล้วยยักษ์ Big Banana ที่ตรึงให้ผู้ที่สัญจรไปมาต้องหยุดชมตั้งแต่ปี 1964 อย่างแน่นอน เมืองชายฝั่งอันสวยงามแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Big Slurpee เครื่องดื่มเกล็ดหิมะถ้วยยักษ์อีกด้วย

วันที่ 5 – จาก Coffs Harbour ไป Byron Bay
วันที่ 5 – จาก Coffs Harbour ไป Byron Bay

วันที่ 5 – จาก Coffs Harbour ไป Byron Bay

ทานอาหารเช้าริมหาด ก่อนสำรวจกิจกรรมผจญภัยมากมายใน Coffs Coast  พายเรือคายัก ผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ Bongil Bongil National Park หรือล่องแพในกระแสน้ำเชี่ยวที่อุทยานแห่งชาติ Nymboida National Park ตกปลาหรือดำน้ำในอุทยานทางทะเล Solitary Islands Marine Park  หรือเปลี่ยนเส้นทางไปทางตะวันตกเฉียงใต้เพื่อมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านฮิปปี้ Bellingen อันเขียวชอุ่ม และเดิมชมน้ำตกและป่าฝนกอนด์วานาร์ในอุทยานแห่งชาติ Dorrigo National Park เดินทางต่อขึ้นไปทางเหนือ แวะจิบกาแฟในเมือง Grafton อันเปี่ยมเสน่ห์ ล่องเรือชมโลมาในแม่น้ำ Clarence River และโดยสารรถไฟหัวรถจักรไอน้ำขบวนเก่าแก่ข้ามภูเขามากมายใน Glenreagh  กลับสู่ทางหลวงสาย Pacific Highway และมุ่งหน้าเข้าเมือง Ballina อันคึกคัก ที่มีกุ้งยักษ์ Big Prawn สนับสนุนชื่อเสียงด้านอาหารทะเลสดของเมือง โต้คลื่นที่ม้วนตัวเป็นระลอกที่ Lennox Head หรือล่องเรือในแม่น้ำ Richmond River ก่อนมุ่งหน้าไปยัง Byron Bay ในช่วงเย็น

วันที่ 6 – จาก Byron Bay ไปยัง Gold Coast
วันที่ 6 – จาก Byron Bay ไปยัง Gold Coast

วันที่ 6 – จาก Byron Bay ไปยัง Gold Coast

หากคุณตื่นเช้าพอ อย่าพลาดการเดินเล่นจาก Cape Byron ไปยังประภาคาร Byron Bay ที่ตั้งอยู่ทางจุดตะวันออกสุดของออสเตรเลีย ดวงอาทิตย์แรกขึ้นที่บริเวณนั้นสวยเกินคำบรรยาย  ชมวาฬหลังค่อมว่ายน้ำผ่านไปมาในช่วงเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน หาดสวรรค์ที่มีความเฉพาะตัวแห่งนี้ยังเป็นที่ซึ่งคุณจะว่ายน้ำร่วมกับโลมา เรียนโต้คลื่น หัดโยคะบนชายหาด หรือเล่นเครื่องร่อนเหนือประภาคาร  จับจ่ายผักผลไม้จากตลาดพืชผักออร์แกนิก อิ่มอร่อยในร้านอาหารที่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือพบกับความสงบภายในเมื่อเข้าพักในบ้านกลางป่าฝนเขตร้อน  เส้นทางนี้เป็นเส้นทางขับรถชมทัศนียภาพระยะทาง 90 นาที จากจุดนี้ไปจนถึงโกลด์โคสต์ คุณจะพบว่าของที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้มีเพียงชายหาด อาคาร และสวนสนุกเท่านั้น ชมลูกกอล์ฟยักษ์ Big Golf Ball ใน Broadbeach กีตาร์ Hard Rock Café ขนาดใหญ่ใน Surfers Paradise และขนมพายยักษ์ Big Pie ใน Yatala จากนั้นเข้าพักในอาคารสูงเสียดฟ้าริมหาดของ Surfers Paradise หรือที่พักในพื้นที่เขตชนบทอันสงบเงียบ

วันที่ 7 - จากโกลด์โคสต์ไปยังบริสเบน
วันที่ 7 - จากโกลด์โคสต์ไปยังบริสเบน

วันที่ 7 - จากโกลด์โคสต์ไปยังบริสเบน

ใช้เวลาหนึ่งวันเพลิดเพลินไปกับชายหาด การช็อปปิ้ง และพลังที่มิอาจต้านทานได้ของโกลด์โคสต์  โต้คลื่นลูกใหญ่ระดับโลกบนหาด Broadbeach, Kirra และ Main Beach หรือนอนอาบแดดบนหาดทรายสีทองของ Surfers Paradise ตามด้วยการแวะเวียนไปตามร้านค้า คาเฟ่ และภัตตาคารบนถนน Cavill Avenue อันมีชีวิตชีวา สนอร์กเกิลหรือดำน้ำดูซากเรือ Scottish Prince นอกฝั่ง Main Beach หรือสำรวจแนวปะการังเทียมนอกฝั่ง Narrow Neck ออกไป  ด้านในของแผ่นดินจะมีอุทยานแห่งชาติที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกสามแห่งคือ Tamborine Mountain, Springbrook และ Lamington สำหรับความสนุกสนานตื่นเต้นแบบสวนสนุก ลองไปว่ายน้ำกับโลมาที่สวนสนุก Sea World ชมการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ Movie World และผจญภัยกับคลื่นยักษ์ที่ Dreamworld เมื่อคุณเติมพลังด้วยความสนุกสนานแล้ว ขับรถอีกหนึ่งชั่วโมงไปยังเมืองกึ่งเขตร้อนบริสเบน ชมที่หนีบกระดาษยักษ์ Big Paperclip ในเขต West End ของบริสเบน หรือขับไปทางตะวันตกสู่ Lockyear Valley เพื่อถ่ายรูปคู่กับช้างแดงขนาดยักษ์ Big Red Elephant

วันที่ 8 – จากบริสเบนไปยังเกาะ Fraser Island
วันที่ 8 – จากบริสเบนไปยังเกาะ Fraser Island

วันที่ 8 – จากบริสเบนไปยังเกาะ Fraser Island

ขับไปตามทางหลวงแล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่ Sunshine Coast ซึ่งเป็นศูนย์รวมของสิ่งใหญ่ ๆ  ชมเครื่องตัดหญ้ายักษ์ Beerwah’s Big Mower และสับปะรดยักษ์ Big Pineapple สูง 16 ฟุตที่ไร่สับปะรด Woombye  หยุดที่เมือง Nambour เพื่อชมถั่วแมคาเดเมียยักษ์ Big  Macadamia หรือแวะทักทาย วัวยักษ์ Big Cow ใน Yandina  มุ่งหน้าเข้าไปในเมือง Noosaville ที่คุณจะได้พบนกกระทุงยักษ์ Big Pelican ตั้งสงบนิ่งถัดจากแม่น้ำ Noosa River เทียบขนาดไส้กรอกยักษ์ Big Sausage ของ Mooloolaba กับตอไม้ยักษ์ Big Stubby ใน Noosa เมืองรีสอร์ตที่ขึ้นชื่อในเรื่องของร้านบูติกมีสไตล์ ร้านอาหารขนาดเล็ก และอพาร์ตเม้นท์ริมหาด  ชมรูปปั้น Ned Kelly ขนาดใหญ่กว่าตัวจริงที่ Maryborough ซึ่งเป็นเมืองในเขตจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐควีนส์แลนด์ ก่อนที่จะเดินทางถึงเมืองชมวาฬ Hervey Bay  เหนือขึ้นไปจากหาด Rainbow Beach มีเรือออกจากท่าเพื่อไปยังเกาะ Fraser Island ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นเกาะทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก  เช่ารถโฟร์วีลหรือร่วมไปกับทัวร์เพื่อชมทะเลสาบในแผ่นดิน ป่าฝนอันเขียวชอุ่มและการก่อตัวของทรายที่เต็มไปด้วยสีสัน  คุณสามารถขยายเวลาการพักผ่อนด้วยการพักค้างแรมสองถึงสามคืนตามรีสอร์ต กระท่อม หรือเต็นท์ที่ตั้งอยู่ตามหาดทราย

วันที่ 9 – จากเกาะ Fraser Island ไปยัง Bundaberg
วันที่ 9 – จากเกาะ Fraser Island ไปยัง Bundaberg

วันที่ 9 – จากเกาะ Fraser Island ไปยัง Bundaberg

ข้ามกลับมายังแผ่นดินใหญ่และเดินทางต่อไปยัง Bundaberg ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์การทำไร่อ้อยและเป็นปากทางเข้าสู่แนวปะการัง Great Barrier Reef ตอนใต้ พบกับขวดเหล้ารัมขนาดยักษ์ Big Rum Bottle ตั้งตระหง่านอยู่นอกโรงกลั่นรัมที่มีชื่อเสียงของเมือง ในขณะที่ถังบ่มรัมยักษ์ Big Barrel ที่อยู่ใกล้กันยังเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์สำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมเช่นกัน    เดินเตร่ผ่านอาคารยุคอาณานิคมอันสวยสง่า หรือล่องเรือตามแม่น้ำ Burnett River  หาด Mon Repos Beach ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 15 นาที เป็นบ้านของฝูงเต่าทะเลหัวค้อนขนาดใหญ่ที่สุดในเขตแปซิฟิกใต้   คุณสามารถชมเต่าทะเลเหล่านี้วางไข่และฟักไข่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนและกุมภาพันธ์ ห่างจากฝั่งออกไปจะมีเกาะ Lady Musgrave และ Lady Elliot อันเป็นทำเลชั้นเยี่ยมสำหรับการดำสนอร์กเกิลและดำน้ำลึก แนวปะการังและโขดหินเหล่านี้เป็นบ้านของปลา เต่า หอยยักษ์ ปลาดาว ปะการัง ดอกแอนนีโมนี ปลาไหล ฟองน้ำทะเล โลมา และกระเบนราหูฝูงใหญ่   ว่ายน้ำหรือตกปลาที่ Elliot Heads ลงดำน้ำจาก Coral Cove และ Innes Park หรือดักชมจิงโจ้ที่หาด Woodgate Beach

วันที่ 10 – จาก Bundaberg ไปยัง Rockhampton
วันที่ 10 – จาก Bundaberg ไปยัง Rockhampton

วันที่ 10 – จาก Bundaberg ไปยัง Rockhampton

ขับรถเข้าไปในเมือง Miriam Vale ที่ปูเลนยักษ์ Big Queensland Mud Crab ตั้งอยู่เหนือปั๊มน้ำมัน  เดินทางขึ้นเหนือเข้าไปในเมืองริมหาดอันสวยงาม Town of 1770 ซึ่งตั้งตามปีที่กัปตัน Cook ได้ค้นพบเมืองนี้  ตามเส้นทางเบี่ยงลึกเข้ามาจากชายฝั่ง คุณสามารถเดินเที่ยวในป่าฝนอันเขียวชอุ่มของอุทยานแห่งชาติ Cania Gorge National Park และชมปล่องภูเขาไฟโบราณ Mystery Craters ในอุทยานแห่งชาติ Eurimbula National Park สถานที่เที่ยวจุดต่อไปก็คือเมืองแห่งความเขียวขจี Gladstone ที่รายล้อมไปด้วยโกรกธารในป่าฝน ทะเลสาบ และหาดทรายที่ทอดยาวสู่แนวปะการัง Great Barrier Reef เดินทางเข้าในเมือง Rockhampton ที่มีกระทิงยักษ์ Big Bull เป็นตัวแทนบอกถึงความมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งเนื้อวัวของออสเตรเลีย และที่มีชื่อเสียงรองลงมาคือตัวพะยูนยักษ์ Big Dugong ประจำเมือง หลังจากที่ดูของใหญ่ ๆ ไปแล้ว ลงดำสนอร์กเกิลที่หาด Shelving Beach, Monkey Point หรืออ่าว Clam Bay หรือเดินเตร็ดเตร่ในสวนพฤษศาสตร์ Botanic Gardens  ล่องเรือชมปะการังไปยังเกาะ Great Keppel Island หรือพักสองสามคืนเพื่อเพลิดเพลินกับทัศนียภาพเขตร้อนอันสวยงามให้เต็มอิ่ม

วันที่ 11 –  จาก Rockhampton ไปยัง Mackay
วันที่ 11 – จาก Rockhampton ไปยัง Mackay

วันที่ 11 – จาก Rockhampton ไปยัง Mackay

เดินทางไปเที่ยวถ้ำ Capricorn Caves ที่งามตระการตาเหนือพื้นดินในแนวเขาหินปูน ขับขึ้นเหนือผ่าน  Kinka Beach และวาฬยักษ์ Big Whale. หยุดพักผ่อนในหมู่บ้านเขตร้อนอันมีเสน่ห์ Yeppoon ซึ่งเป็นปากประตูสู่ชายฝั่ง Capricorn Coast และอุทยานแห่งชาติ Byfield National Park  ที่นี่ คุณอาจส่องนก เดินเที่ยวในป่าฝน และตกปลาจากชายหาดได้  แวะที่ Sarina ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ  เพื่อชมคางคกปล้องไม้ยักษ์ Big Cane Toad ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่บรรยากาศผ่อนคลายในเมือง Mackay ทานมื้อกลางวันที่ท่าจอดเรือ และเดินเล่นผ่านอาคารเก่าแก่ที่เป็นมรดกของเมือง พักผ่อนบนชายหาดที่ไร้คนพลุกพล่าน หรือตามแนวชายฝั่งของอุทยานแห่งชาติ Cape Hillsborough National Park อันเงียบสงบที่คุณจะได้เห็นตัวพอสซัม จิงโจ้ ไก่งวงป่า และตัวกินมดหนาม แต่กลับไม่มีผู้คนให้พบเจอมากนัก หากมีเวลาพอ คุณอาจใช้เวลาเที่ยวหนึ่งวันไปยังเกาะ Carlisle Island ในหมู่เกาะวิตซันเดย์ใต้ หรือสวมหน้ากากดำน้ำและตีนกบลงดำชมซากเรืออับปาง Llewellyn ใกล้เกาะ Scawfell Island ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่

วันที่ 12  – จาก Mackay ไปยัง Townsville
วันที่ 12 – จาก Mackay ไปยัง Townsville

วันที่ 12 – จาก Mackay ไปยัง Townsville

เปลี่ยนเส้นทางไปทางตะวันตกสู่พื้นที่อุดมสมบูรณ์ใกล้เขตร้อนของอุทยานแห่งชาติ Eungella National Park เมื่อกลับมาสู่ชายฝั่ง คุณจะผ่านเข้าไปในเมือง Proserpine และหาด Airlie Beach ทั้งสองแห่งเป็นปากประตูบนแผ่นดินใหญ่ที่นำสู่หมู่เกาะวิตซันเดย์  ล่องเรือในน่านน้ำอันบริสุทธิ์ด้วยเรือทรงสูง หรือเช่าเรือใบแบบเหมาลำออกสำรวจเกาะต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นปาล์มกว่า 74 เกาะ อย่าพลาดหมู่เกาะวิตซันเดย์ และเดินเล่นบนพื้นทรายขาวละเอียดของหาด Whitehaven Beach  ร่วมขบวนซาฟารีเจ็ทสกีเชิงนิเวศน์ หรือขึ้นเครื่องบินทะเลหรือเฮลิคอปเตอร์ชมทิวทัศน์เหนือหมู่เกาะและแนวปะการัง พายเรือคายักในทะเลชมโลมา พะยูน และเต่าเขียวที่หายาก  มุ่งหน้ากลับชายฝั่งที่เมือง Bowen ที่มะม่วงยักษ์ Big Mango บอกถึงจุดเริ่มต้นของอาณาเขตผลไม้เมืองร้อน ในช่วงขับรถเข้าสู่เมือง Townsville ทัศนียภาพของที่นี่จะเต็มไปด้วยไร่มะม่วงอันสมบูรณ์ และไร่อ้อยเขียวขจี  ชมนกยักษ์ Big Brolga ซึ่งเป็นนกพื้นเมืองออสเตรเลียที่เขตชานเมืองด้านใต้ของทาว์นสวิลล์ เที่ยวบนทางเดินเล่นริมหาดที่งดงามด้วยทิวทัศน์ ดื่มด่ำกับชีวิตกลางคืน และนั่งเรือคาตามารันไปยังชายหาดและอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ของเกาะ Magnetic Island

วันที่ 13 – จาก Townsville ไปยังแคนส์
วันที่ 13 – จาก Townsville ไปยังแคนส์

วันที่ 13 – จาก Townsville ไปยังแคนส์

เส้นทางที่รู้จักกันในนาม Great Green Way นี้เป็นการเดินทาง 350 กิโลเมตรที่จะพาคุณผ่านอุทยานแห่งชาติ 12 แห่งและหมู่เกาะเขตร้อนกว่า 20 เกาะ แวะเที่ยวโดยขับผ่านเมือง Charters Towers  ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เบี่ยงออกนอกเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติ Paluma National Park หรือเที่ยวชมพื้นที่ชุ่มน้ำ Tyto Wetlands ใกล้เมือง Ingham  หยุดชมปูยักษ์ Big Crab ใน Cardwell และเยี่ยมชมน้ำตก Wallaman Falls น้ำตกสายธารเดียวที่สูงที่สุดในออสเตรเลีย  ชมวัดจีนและอาคารแบบอาร์ตเดโคในเมือง Innisfail และล่องแพในน้ำเชี่ยวที่อุทยานแห่งชาติ Tully Gorge National Park  ในเมือง Tully คุณจะพบรองเท้ายางสีทองขนาดยักษ์ อันเป็นความพยายามที่จะสร้างความอมตะให้กับการเป็นเมืองที่เปียกน้ำมากที่สุดในออสเตรเลีย  เที่ยวชมเกาะ Hinchinbrook Island ซึ่งเป็นเกาะอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย และชม Big Cassowary นกคาสโซวารีขนาดมหึมา ที่ตั้งตระหง่านเหนือนักท่องเที่ยวบนหาด Mission Beach  ขับรถเข้าไปในแคนส์ ที่ปลา Big Marlin จะคอยต้อนรับคุณสู่ Marlin Coast  การเดินทางในหนึ่งวันที่คุณไม่ควรพลาดคือ การเดินทางไปยังป่าฝนเดนทรีที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก นอกจากพืชพรรณและสัตว์ป่ามากมายนับไม่ถ้วน ป่าฝนดึกดำบรรพ์แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้นปลาบาร์รันมุนดิยักษ์ Big Barramundi และหัวจระเข้ Big Crocodile Head อีกด้วย

แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเตรเลีย