ขับรถข้ามเมือง Nullarbor รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย รัฐ ออสเตรเลีย ใต้

ขับรถข้ามเมือง Nullarbor รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย รัฐ ออสเตรเลีย ใต้

Perth – Norseman – Balladonia – Caiguna – Madura – Border Village - Ceduna
2,000 กม.km/6 วัน

เพิ่มพูนประสบการณ์ด้วยการขับรถบนเส้นทาง Eyre Highway ข้ามที่ราบ Nullarbor Plain อันกว้างใหญ่และตรึงตาตรึงใจ คุณสามารถเชื่อมต่อการเดินทางนี้เข้ากับเมลเบิร์น แอดิเลดหรือเพิร์ท แล้วขับจากทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก หรือจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตกไปตามเส้นทางไฮเวย์ ไม่ว่าคุณจะเลือกไปในทิศใด สิ่งที่จะได้พบคือพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ  ชมเนินเขาที่อุดมด้วยป่าไม้ที่ลดระดับลงเป็นที่ราบที่หนาแน่นไปด้วยไม้พุ่ม มองดูฝูงจิงโจ้ที่อยู่ตามริมถนน เยี่ยมชมสถานีปศุสัตว์อันกว้างใหญ่ บ้านไร่อันเก่าแก่ และสถานีรถไฟที่อยู่ห่างไกล  ชมนกหายากในระยะใกล้ที่เมือง Eyre ดูวาฬเซาท์เทิร์นไรท์จากหน้าผาอันขรุขระ และตกปลาในอ่าว Fowlers Bay  ค้างแรมในโรงแรมริมทางและพื้นที่ตั้งแคมป์ที่มีอยู่ตลอดเส้นทางไฮเวย์ แม้เส้นทางนี้จะเป็นถนนผิวเรียบ แต่หากจะไปยังบริเวณพื้นที่ห่างไกล คุณจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ละเอียดรัดกุม  หากเดินทางออกนอกเส้นทางไฮเวย์ คุณจำเป็นต้องใช้รถโฟร์วีล 

Blue Bonnet Parrot, Goldfields Drive, WA
Blue Bonnet Parrot

วันที่ 1 – จาก Norseman ไปยัง Balladonia

เขตตะวันตกเฉียงใต้ ชายหาดและเส้นทาง Goldfields Drive จะนำคุณจากเมืองเพิร์ทไปยังเมือง Norseman ที่การเดินทางจะเริ่มต้น ชมอนุสาวรีย์ขบวนอูฐในยุคแรกขนาดเท่าของจริงก่อนที่จะมุ่งไปทางตะวันออกตามเส้นทาง Eyre Highway  ขับผ่านพื้นที่ป่าไม้ของเขตอนุรักษ์ Dundas Nature Reserve และปีนเนินหินแกรนิตที่มีทิวทัศน์สวยงามของเทือกเขา Fraser Range ที่ล้อมรอบด้วยป่ายูคาลิตัสเนื้อแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก  เดินผ่านต้นแบล็คบัทท์อันสูงใหญ่ ต้นแซลมอนกัม และจิมเล็ทเขียว ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นยูคาลิปตัสจำนวน 20 พันธุ์  ชมยอดเขา Mt Pleasant ตระหง่านเหนือป่า เยี่ยมชมสถานีเลี้ยงแกะของเทือกเขา Fraser Range และชมนก อูฐ และดอกไม้ป่าในการเดินป่า  ขับต่อไปยัง Newman Rocks เพื่อชมทิวทัศน์ป่าไม้ เทือกเขา และที่ราบลุ่ม  ที่นี่ยังเป็นจุดที่ดีในการปิกนิก  ห่างออกไปเล็กน้อยคือเมือง Balladonia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถานีอวกาศ US Skylab ที่ตกลงสู่พื้นโลกในปี 1979  พักแรมในโรงแรมริมทางหรือในพื้นที่ตั้งแคมป์ที่อยู่ต่อกัน

Cape Arid National Park, WA
Cape Arid National Park, WA

วันที่ 2 – จาก Balladonia ไปยัง Caiguna

คุณสามารถขับรถโฟร์วีลขึ้นเหนือไปยังเมือง Rawlinna ริมทางรถไฟที่ห่างไกลที่มีรถไฟสาย Indian-Pacific วิ่งมาถึงสัปดาห์ละสองครั้ง  เรียนวิธีต้อนแกะเข้าสถานีเลี้ยงแกะ หรือดูคนเลี้ยงปศุสัตว์แสดงทักษะการขี่ม้าและขี่วัวของตนในงานประจำปี Nullarbor Muster ในช่วงกลางเดือนเมษายน  จากเมือง Balladonia เส้นทางรถโฟร์วีลอีกเส้นหนึ่งจะพาคุณลงใต้ไป 200 กม. สู่หาดทรายขาวและเขาหินแกรนิตของอุทยานแห่งชาติ Cape Arid ขับต่อไปทางตะวันออกจากเมือง Balladonia คุณจะผ่าน Afghan Rocks ตั้งชื่อตามคนขี่อูฐที่ถูกยิงโดยนักเดินทางที่กระหายน้ำเนื่องจากลงอาบน้ำในบ่อน้ำดื่ม ชมหลุมศพของเขาก่อนจะขับต่อไปยังบ้านไร่ Balladonia ที่สร้างขึ้นในปี 1889 และขณะนี้เป็นที่ตั้งของหอศิลป์แสดงประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น  คุณจะเดินทางไปตามเส้นทาง Ninety Mile Straight ความยาว 147 กม. อันเป็นถนนสายตรงที่ยาวที่สุดในโลก ถนนนี้สิ้นสุดที่เมือง Caiguna ที่คุณจะพักค้างคืนได้ในโรงแรมริมทาง โมเต็ล หรือพื้นที่ตั้งแคมป์

Nuytsland Nature Reserve, WA
Nuytsland Nature Reserve, WA

วันที่ 3 – จาก Caiguna ไปยัง Madura

ชมช่องเปิด Caiguna ก่อนจะลัดเลี้ยวตามไฮเวย์ไปยังเขตอนุรักษ์ Nuytsland Nature Reserve ที่คุณสามารถขับรถโฟร์วีลไปยังกลุ่มถ้ำขนาดเล็กและอุโมงค์ที่ยุบตัวลงที่รู้จักในชื่อ Dolines  ดูถ้ำ Dead Dog Cave ซึ่งเป็นที่ค้นพบซากเสือแทสเมเนียที่ถูกทำมัมมี่ไว้  ชมการก่อตัวของหินปูนในถ้ำ Cocklebiddy Cave ซึ่งมีเส้นทางน้ำใต้ดินที่ยาวที่สุดในโลก  นักดำน้ำในถ้ำที่มีประสบการณ์สูงสามารถดำในเส้นทางน้ำได้ แต่คุณจะต้องได้รับอนุญาตและนำอุปกรณ์ของตนมาเอง  นักชมนกควรเปลี่ยนเส้นทางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 50 กม. ไปยังหอดูนก Eyre Bird Observatory ในแหล่งอาศัยของนกประมาณ 230 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่หายากและใกล้สูญพันธุ์ คุณจะต้องใช้รถโฟร์วีล หรือโทรติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้รถมารับ  การเดินทางระยะทาง 74 กม. จากเมือง Caiguna ไปยังเมือง Madura ด้วยม้าที่แข็งแรงกำยำซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘Walers’ ได้รับการเพาะพันธุ์สำหรับกองทัพ Indian Army ปัจจุบันนี้ การเลี้ยงแกะส่วนใหญ่จะปล่อยให้กินหญ้าที่ Madura ที่คุณจะพบเห็นได้ตามที่พักริมทางที่มีไว้เพื่อพักผ่อนและเติมเชื้อเพลิง

Border Village, WA
Border Village, WA

วันที่ 4 – จาก Madura ไปยัง WA/SA Border Village

จากเมือง Madura เส้นทางไฮเวย์ที่มีเนินเขาอยู่สองฝั่งจะทอดยาวไปตลอดระยะทาง 116 กม. สู่เมือง Mundrabilla  เตรียมอาหารและเชื้อเพลิงก่อนที่จะขับกลับขึ้นไปบนที่ราบสูง Hampton Tableland เพื่อไปยังเมือง Eucla เพื่อชมความน่าทึ่งของเนินทรายที่เปลี่ยนรูปอยู่เสมอของอุทยานแห่งชาติ Eucla ชมสถานีโทรเลขเก่าแก่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีงานวุ่นวายที่สุดในออสเตรเลีย แต่ขณะนี้ถูกทิ้งไว้ในเนินทรายที่พอกพูนสูงขึ้นเรื่อยๆ และถูกกลบไปในที่สุด  คุณอาจเห็นแค่ปล่องไฟโผล่ขึ้นมาจากทราย หรือเห็นซากปรักหักพังทั้งหมดก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแรงลม  เดินไปยังท่าเทียบเรือที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ขนของให้กับนักบุกเบิก แต่ตอนนี้เลิกใช้งานแล้ว  เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก และชมวิวเหนือเมือง Eucla และแนวชายฝั่งจากส่วนบนสุดของเนินลาดชัน  อีกเส้นทางหนึ่งที่มุ่งเหนือจากเมือง Eucla ไปยัง Forrest มีกระท่อมหกหลังซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา  จาก Eucla จะมีอีกเส้นทางหนึ่งความยาว 12 กม. ตามไฮเวย์ข้ามเขตแดนของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ไปยังเมือง Border Village และจะเข้าสู่โซนเวลาใหม่

Eyre Highway, Nullarbor plain, SA
Eyre Highway, Nullarbor plain, SA

วันที่ 5 – จากเมือง WA/SA Border Village ไปยัง Nullarbor Roadhouse

ผจญภัยไปกับการขับรถโฟร์วีลบนถนนวิบากตามเส้นทางไฮเวย์เก่าแก่ซึ่งวิ่งคู่ขนานกับไฮเวย์สายใหม่ Eyre Highway เป็นระยะทางเกือบ 200 กม.  โปรดทราบว่าเส้นทางนี้มีน้ำท่วมได้ง่าย และจะต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดี  หรือขับตามเส้นทาง Eyre Highway ผ่านอุทยานแห่งชาติ Nullarbor เลียบผา Bunda Cliffs อันสูงชัน ชมขอบแผ่นดินตอนใต้ของออสเตรเลียที่หักลงสู่ทะเลอย่างน่าตื่นตาจากจุดชมวิวเหนือหน้าผาจุดใดจุดหนึ่งในห้าจุด  โปรดใช้ความระมัดระวังขณะเดินลัดเลาะไปรอบๆ ยอดผาหินปูน  จากที่นี่ ไฮเวย์จะพาดผ่านชนบทขนานแท้ของเมือง Nullarbor อันเป็นที่ราบกว้างใหญ่ที่ปราศจากต้นไม้  ชื่อ 'Nullarbor' แปลงมาจากศัพท์ภาษาละติน 'nullus arbor' แปลว่า 'ไม่มีต้นไม้'  การเดินทางลึกเข้าไปในภูมิประเทศอันน่าพิศวงนี้ ให้เปลี่ยนเส้นทางขึ้นเหนืออีก 100 กม. ไปยังเมือง Cook ซึ่งเป็นสถานีหน้าด่านอันโดดเดี่ยวริมทางรถไฟสาย Trans-Australia Railway  ขบวนรถไฟสาย Indian-Pacific จะมาถึงที่นี่สัปดาห์ละสองครั้งบนเส้นทางรถไฟสายตรงที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีระยะทางทั้งหมดเกือบ 500 กม.  พบปะกับครอบครัวที่ทำงานสร้างทางรถไฟก่อนที่จะเดินทางกลับสู่เส้นทาง Eyre Highway และ Nullarbor Roadhouse

Bunda Cliffs, SA
Bunda Cliffs, SA

วันที่ 6 – จาก Nullarbor Roadhouse ไปยัง Ceduna

จากจุดนี้จนถึงเมือง Nundroo คุณจะเดินทางผ่านดินแดนชาวอะบอริจิน Yalata และจะต้องมีใบอนุญาตสำหรับการขับออกนอกไฮเวย์  ขอรับใบอนุญาตจากสถานีดูแลป่า White Well ในการเดินทางระยะสั้นลงใต้ไปยัง Head of Bight  ยืนบนผา Bunda Cliffs อันสูงตระหง่านแล้วดูวาฬเซาท์เทิร์นไรท์จับคู่ผสมพันธุ์และคลอดลูกในเขตน่านน้ำที่ได้รับการคุ้มครองระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม  เดินทางต่อบนไฮเวย์ ชมงานศิลปะและหัตถกรรมของชาวอะบอริจินที่ Yalata Roadhouse และขับไปยังโรงแรมริมทางแห่งต่อไปของ Nundroo ที่คุณสามารถลงใต้ไปยังอ่าว Fowlers Bay สวรรค์ของการตกปลา  ดูหมู่วาฬจากหน้าผาต่างระดับริมทะเล เดินตามเนินทรายและหาดทรายขาว และชมสัตว์ป่าในอุทยานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า Fowlers Bay Conservation Park  กลับมาที่ไฮเวย์แล้วเดินทางต่อไปยังเมือง Penong ที่คุณจะเห็นกังหันลม และเล่นกระดานโต้คลื่นระดับโลกของหาด Cactus Beach  ชิมหอยนางรมแสนอร่อยที่อ่าว Denial Bay ในระหว่างทางไปยังเมือง Ceduna บนหาดทรายโค้งของอ่าว Murat Bay  จากจุดนี้ คุณสามารถบินกลับมายังเมืองแอดิเลด หรือเริ่มต้นขับรถกลับ ซึ่งจะมีระยะทางเกือบ 800 กม

Nullarbor ภาพรวม

Crossing the Nullarbor

 

แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเตรเลีย