เส้นทาง Larapinta นอร์ทเทิร์นเทอริทอรี

เส้นทาง Larapinta นอร์ทเทิร์นเทอริทอรี

225 กม. / 20 วัน / เดินวันเดียวหรือหลายวัน

เดินไปตามสันเขาของ West MacDonnell Ranges สู่จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่าง ๆ เช่น Simpsons Gap, Ellery Creek Big Hole, Ormiston Gorge และ Glen Helen Gorge  การเดินทางเป็นเวลานานหลายวันนี้รวมเป็นระยะทางกว่า 223 กม. จากสถานีโทรเลขเก่าแก่ของอลิซสปริงส์ ไปยัง Mount Sonder และ Mount Razorback  ยืนบนผาโบราณและชมภูมิทัศน์สีส้มแดงอันกว้างใหญ่ เยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินเผ่า Arrernte  ปีนลงโตรกเขาที่หลบลม ลงว่ายในแอ่งน้ำใสเย็น และนอนใต้แสงดาว  การพักแรมในเขตชนบทห่างไกลเป็นหนึ่งในรายการสำคัญของเส้นทางนี้ นอกเหนือจากความหลากหลายของถิ่นที่อยู่ในทะเลทราย นกพื้นเมือง สัตว์และพันธุ์พืชหายากเกือบ 600 ชนิด  การเดินของคุณจะปรับเปลี่ยนไปตลอด 12 ช่วง ตั้งแต่เดินแบบสบาย ๆ ไปจนถึงเส้นทางวิบากและชนิดที่เข้าถึงได้ด้วยรถโฟร์วีลไดรฟ์  หรือให้เวลาตนเองสามสัปดาห์และพิชิตความท้าทายของการเดินตลอดเส้นทาง

Euro Ridge, NT
Euro Ridge, NT

ช่วงที่ 1: จากสถานีโทรเลข Alice Springs Telegraph Station ไปยัง Simpsons Gap

สัมผัสกับภูมิประเทศต่าง ๆ บนเส้นทางสายทิวทัศน์ที่ยาวร่วม 24 กม. นี้  คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาโอลิมปิก แต่ก็มีบางช่วงที่สูงชันท้าทายการปีนป่าย  เริ่มต้นที่สถานีโทรเลข Alice Springs Telegraph Station อาคารที่สร้างด้วยหินที่เคยเป็นที่พักของชาวยุโรปกลุ่มแรกที่มาถึงดินแดนแถบนี้  ชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมืองอลิซสปริงส์และเทือกเขา MacDonnel Ranges จาก Euro Ridge จุ่มมือลงสระ Scorpion Pool และ Fairy Spring และปีนขึ้นเหนือแอ่งเขา Hat Hill Saddle แวะที่ Wallaby Gap ที่ท้องทรายของโตรกผาอยู่ใต้เงาทะมึนของผาหินสีแดง พักแรมที่นี่หรือในศูนย์นักท่องเที่ยวของ Simpson Gap ที่คุณอาจมองเห็นวอลลาบีภูเขาเท้าดำในยามพลบค่ำ  คุณสามารถร่นระยะการเดินทางให้สั้นลงด้วยการเริ่มต้นหรือจบลงที่สะพาน Geoff Moss Bridge  หรืออาจเลือกใช้การเดินทางไปกลับระยะ 17 กม. จากสะพาน Geoff Moss Bridge ไปยัง Wallaby Gap และเดินทางกลับ

Simpsons Gap,Larapinta Trail, NT
Simpsons Gap, NT

ช่วงที่ 2: จาก Simpsons Gap ไปยัง Jay Creek

ใช้เวลาหนึ่งวันเดินไปบนเส้นทาง 25 กม. หรือหยุดครึ่งทางที่ Mulga Camp ซึ่งใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงผ่านผืนป่าที่สงบเงียบของ Bond Gap  ตะลุยผ่านก้นโตรกผาและดงต้นยูคาลิปตัสไปยังแอ่งน้ำลึกที่ Spring Gap จากนั้นตามทางน้ำที่มีพื้นทรายไปยังพื้นที่ปิกนิกของ Jay Creek  ชมฝูงพอสซัมหางพุ่มที่มีอยู่ไม่มากในออสเตรเลียตอนกลาง และหินที่ผุดจากพื้นที่มีอายุมากกว่าสองพันล้านปี  ค้างแรมที่แคมป์ Hamilton Downs Youth Camp  ดื่มด่ำกับแสงสีอันงดงามของชนบทห่างไกลในยามตะวันลับฟ้า จากนั้นอัศจรรย์ใจกับทางช้างเผือกที่เห็นได้อย่างชัดเจน

Standley Chasm, Larapinta Trail, NT
Standley Chasm, NT

ช่วงที่ 3: จาก Jay Creek ไปยัง Standley Chasm

ลัดเลี้ยวเป็นระยะทาง 13.6 กม. ผ่านภูมิประเทศที่สูงชันและขรุขระ การใช้เส้นทางช่วงนี้จำเป็นต้องมีร่างกายแข็งแรงและเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี  ยังมีเส้นทางที่อยู่ต่ำกว่านี้หากคุณต้องการเดินอย่างช้า ๆ สบาย ๆ  เดินกลับสู่ Jay Creek ไปยังสระขนาดใหญ่ที่อาบด้วยแสงอาทิตย์ของ Fish Hole และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจิน  เดินทางต่อผ่านป่าละเมาะ Acacia ไปยังทางแยก Tangentyere Junction จากนั้นใช้เส้นทางสายบนหรือสายล่าง มุ่งสู่ Millers Flat  พักแรมที่นี่หรือที่ Standley Chasm จุดที่เขาหินสีแดงตั้งตระหง่านโดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีน้ำเงินใส ต้นไวท์โกสต์กัม และต้นปรง  กำแพงหินที่มีช่องว่างและหินผาแห่งนี้สะท้อนเป็นสีแดงเข้มภายใต้แสงอาทิตย์เที่ยงวัน

Birthday Waterhole,Larapinta Trail, NT
Birthday Waterhole, NT

ช่วงที่ 4: จาก Standley Chasm ไปยัง Birthday Waterhole

คุณจำเป็นต้องมีร่างกายแข็งแรงสำหรับการเดินระยะทาง 17.7 กม. ที่ต้องค้างคืนบนเส้นทางช่วงนี้  เดินสำรวจต้นปรง เฟิร์น และริวอร์กัมในบริเวณ Standley Chasm ให้ทั่วก่อนที่ฝูงนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาในตอนเที่ยง  เดินไปตามสันหินควอตไซต์ของเทือกเขา Chewings Range สู่ยอด Brinkley Bluff เพื่อชมทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจรอบทิศ  คุณจะต้องก้าวเท้าเดินอย่างระมัดระวังบนเส้นทางลงที่วกไปเวียนมาของยอดเขา Bluff เพื่อไปยัง Stuart’s Pass ซึ่งเป็นต้นน้ำส่วนบนของแม่น้ำ Hugh River  ผ่าน Mintbush Spring และเดินตามหุบเขาแม่น้ำไปยังแอ่ง Birthday Waterhole ที่เป็นแอ่งน้ำกึ่งถาวรที่รายล้อมด้วยต้นริเวอร์เรดกัมที่ผอมเพรียว

Razorback Ridge,Larapinta Trail, NT
Razorback Ridge, NT

ช่วงที่ 5: จาก Birthday Waterhole ไปยัง Hugh Gorge

ทดสอบความแข็งแรงของปอดและขาบนเส้นทางระยะ 16 กม. อันท้าทายที่ต้องมีการค้างแรมด้วย  เดินสบาย ๆ บนช่องสันเขาขนาดเล็ก ชม Spencer Gorge ที่สวยงามชวนมองแต่อย่าเพลินจนลืมระวังความปลอดภัย  จากที่นี่ซึ่งต้องออกแรงปีนป่ายเขาหินไปจนถึง Windy Saddle ทิวทัศน์ของที่นั่นจะเชิญชวนให้คุณพักขาที่เมื่อยล้าและหยุดพักทานอาหารกลางวัน    มุ่งหน้าไปตามสันเขาหินของ Razorback Ridge ก่อนเดินลงสู่บริเวณแห้งแล้งที่ดูแปลกตาของหุบเขา Linear Valley  ความโหรงเหรงเริ่มลดน้อยลงบ้างที่ Rocky Saddle ซึ่งมีต้นยูคาลิปตัสให้เห็นไม่กี่ต้นบนสันเขา  เดินผ่านพุ่มหญ้าลอยลมตามท้องทรายของทางน้ำเก่าแก่ไปยัง Hugh Gorge ที่คุณสามารถว่ายน้ำในแอ่งลึก และตั้งแคมป์ใต้ร่มไม้

Ellery Creek,Larapinta Trail, NT
Ellery Creek, NT

ช่วงที่ 6: จาก Hugh Gorge ไปยัง Ellery Creek

คุณและรองเท้าปีนเขาจะรู้ใจกันดีเมื่อเส้นทางเดิน 31.2 กม. ที่ต้องมีการค้างแรมสิ้นสุดลง  ความทรหดอดทนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้  เดินตัดป่าและหญ้าลอยลมของ Alice Valley มองหานกไฟร์เทลสีสวย และนกเร็นชนิดต่าง ๆ  ลัดเลี้ยวผ่านไม้พุ่มไปยังเขาหิน Rocky Gully ที่สูงชัน คุณอาจพักทานอาหารกลางวันที่นี่ หรือตั้งแคมป์สำหรับพักแรม  เดินขึ้นไปบนแนวสันเขาหินควอตไซต์ของ Chewings Range เพื่อไปยังช่องเขา Ellery Creek Big Hole ที่งดงามดังภาพวาด แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วยต้นยูคาลิปตัส และห้วยทรายอยู่ท่ามกลางหน้าผาสูงสีแดง นอกจากจะเป็นจุดปิกนิกและว่ายน้ำที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญเชิงภูมิศาสตร์ในระดับโลกอีกด้วย  สำรวจการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่น่าสนใจบนเส้นทางเดินสามกิโลเมตรบนหินโดโลไมต์  จากนั้นเดินกลับและชมเงาของต้นยูคาลิปตัสทาบทับกับพื้นท้องฟ้าในยามใกล้ค่ำ

Larapinta Trail, NT
Larapinta Trail, NT

ช่วงที่ 7: จาก Ellery Creek ไปยัง Serpentine Gorge

การไต่เขาในช่วงนี้มีความยากลำบากพอ ๆ กับสภาพแวดล้อม แต่คุณยังพอตะลุยเส้นทาง 13.8 กม. นี้ได้ในหนึ่งวันเพื่อความรู้สึกของผู้พิชิตอย่างแท้จริง  เส้นทางที่มีก้อนหินกระจัดกระจายบนที่โล่งคล้ายดวงจันทร์ให้ความรู้ถึงเรื่องราวที่ย้อนหลังไปหลายพันล้านปี   ชมทิวทัศน์อันงดงามของทะเลทรายออสเตรเลียกลางและนกพื้นเมืองที่มีอยู่ชุกชุม รวมทั้งนกสปินิเฟ็กซ์ที่ปราดเปรียวว่องไว  เข้าสู่โตรกธาร Serpentine Gorge ที่คุณสามารถพักแรมข้างน้ำใสใต้ร่มเงาที่มีให้เลือกมากมาย คลายร้อนด้วยการเดินช่วงสั้น ๆ ไปตามเส้นทางที่มีต้นยูคาลิปตัสและป้ายบอกทาง มุ่งสู่จุดชมวิวที่สูงเทียมฟ้าของโตรกธารที่แคบ คดเคี้ยว และแอ่งน้ำกึ่งถาวร

Larapinta Trail, NT
Larapinta Trail, NT

ช่วงที่ 8: จาก Serpentine Gorge ไปยังเขื่อน Serpentine Chalet

การเดินระยะทาง 13.4 กม.ที่ท้าทายนี้ตอบแทนความเหนื่อยยากของคุณด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของแนวสันเขาหินควอตไซต์ อันเป็นเอกลักษณ์ของเทือกเขา West MacDonnell Ranges  ปีนไปตามทางสูงชันสู่ Counts Point ที่คุณจะมองออกไปเห็น Alice Valley ตามแนวสันเขาและชมยอดเขา Haasts Bluff, Mt Sonder และ Mt Zeil ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี จากที่นี่เป็นทางลงสู่เขื่อน Serpentine Chalet ผ่านแท้งก์เก็บน้ำและเกาะที่มีไม้พุ่มและต้นไม้ร่มครึ้ม  เส้นทางช่วงนี้ต้องมีรถรับส่งที่ปลายทางด้านใดด้านหนึ่ง  เนื่องจากการไปยังเขื่อน Serpentine Chalet เข้าถึงได้ด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบทรงสูงเท่านั้น คุณอาจเดินต่ออีกนิดผ่านซากปรักหักพังไปยังพื้นที่สำหรับรถขับเคลื่อนสองล้อ หรือเลือกเดินบนเส้นทาง Arrernte Walk ระยะทาง 6.3 กม. ไปยัง Ochre Pits ที่รถขับเคลื่อนสองล้อเข้าถึง

Ormiston Gorge,Larapinta Trail, NT
Ormiston Gorge, NT

ช่วงที่ 9: จากเขื่อน Serpentine Chalet Dam ไปยัง Ormiston Gorge

เตรียมน้ำดื่มให้พร้อมและเดินทางไกล 28.6 กม. ผ่านเส้นทางที่ยากลำบากของเทือกเขาแห่งนี้  มุ่งหน้าสู่ Ochre Pits ตื่นตากับชั้นหินอ่อนสีเจิดจ้าที่ชาวอะบอริจินเผ่า Western Arrente ได้ขุดขึ้นมาใช้ตกแต่งในงานพิธีนานนับหลายพันปี   หยุดพักที่ Inarlanga Pass ก่อนเดินทางต่ออีกห้าชั่วโมงไปตามทิวเขา Heavitree Range เข้าสู่เขต Waterfall Gorge ที่เต็มไปด้วยหินที่มีสีเหมือนอาทิตย์อัสดง แม้จะมีชื่อเรียกเช่นนั้น แต่จุดตั้งแคมป์นี้กลับเป็นที่แห่งเดียวที่ไม่มีแหล่งน้ำให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ  มุ่งหน้าต่อ ผ่าน Base of Hill ไปยังปราการหินขนาดมโหฬารของ Ormiston Gorge ที่คุณสามารถตั้งค่ายพักแรมได้

Finke River,Larapinta Trail, NT
Finke River, NT

ช่วงที่ 10: จาก Ormiston Gorge ไปยัง Finke River

ถ้าคุณเริ่มปวดน่อง ให้อ่านเกี่ยวกับเส้นทางช่วงที่ลำบากยิ่งกว่านี้แล้วจะรู้สึกสบายใจกับระยะทาง 9.9 กม. ช่วงนี้  เดินไปตามเนินเขาหินปูนสูง ๆ ต่ำ ๆ และเลียบแม่น้ำ Finke ที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นทรายมุ่งสู่โตรกธาร Glen Helen Gorge ที่แม่น้ำสายนี้แบ่งเทือกเขา West MacDonnell Ranges ออกจากกัน  แอ่งน้ำถาวรที่นี่เป็นแหล่งพักพิงของปลาเก้าสายพันธุ์ของแม่น้ำ Finke และนกน้ำอพยพ จากนั้น เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่คุ้มค่าแก่การรอคอย หรือไอศกรีมที่รีสอร์ต Glen Helen

Redbank Gorge,Larapinta Trail, NT
Redbank Gorge, NT

ช่วงที่ 11: จาก Finke River ไปยัง Redbank Gorge

ครึ่งแรกของเส้นทางทุรกันดาร 25.2 กม. ที่ต้องค้างแรมนี้ตัดผ่านเนินเขาเตี้ย ๆ ที่ปกคลุมด้วยหญ้าลอยลมท่ามกลางร่มเงาของเขา Mt Sonder  ข้ามแม่น้ำ Davenport River และปีนเนินเขาขึ้นสู่จุดชมวิว Mt Sonder Lookout  จากที่นี่ลัดเลาะลงเขาผ่าน Rocky Bar Gap ที่เงียบสงบไปตามด้านใต้ของภูเขา Mt Sonder  ชมหินสีดำตะปุ่มตะป่ำที่มีอายุนับล้านล้านปีเมื่อครั้งที่บริเวณนี้เคยเป็นเขตร้อน  มองหานกหลากชนิดขณะที่คุณผ่านดงต้นมัลกาและมัลลี ต้นยูคาลิปตัสพันธุ์เตี้ยอันหนาแน่น ก่อนออกจากแนวป่า

Mt Sonder, Larapinta Trail, NT
Mt Sonder, NT

ช่วงที่ 12: ไปกลับระหว่าง Redbank Gorge สู่ Mt Sonder

คุณจะเพลิดเพลินกับความงามยิ่งใหญ่ของยอดเขา บนเส้นทางไปกลับ 15.8 กม. ที่มุ่งสู่ยอดเขา Mt Sonder  ที่ระยะความสูง 1,380 เมตร คุณจะเห็นเทือกเขา West McDonnell อันโดดเด่น  การปีนเขาทำได้ช้าแบบ ค่อยเป็นค่อยไปและใช้แรงมาก แต่ทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ในมุมกว้างของทิวเขา ที่ราบ หุบเขาและทะเลสาบน้ำเค็ม ล้วนทำให้เป็นการเดินทางที่คุ้มค่า  ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง คุณอาจมองเห็นปากปล่องภูเขาไฟ Tnorala (Gosse Bluff) ได้ด้วย  ระหว่างช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม คุณจะมองเห็นเขา Mountain Hakea ปกคลุมด้วยสีชมพูสดใสของมวลดอกไม้ป่า  ประทับภาพทะเลทรายอันเวิ้งว้างนี้ไว้ในความทรงจำและในกล้องถ่ายรูปของคุณขณะที่เดินทางกลับสู่ Redbank Gorge และจากที่นี่คุณสามารถขึ้นรถโฟร์วีลกลับไปยังอลิซสปริงส์ได้

Larapinta Trail ภาพรวม

Larapinta Trail ภาพรวม

เวลาที่เหมาะที่สุดในการเดิน:
ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายนซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นขึ้น ควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัดของฤดูร้อนในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม

เมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุด:
อลิซ สปริงส์

รายละเอียดเพิ่มเติม:
ดูการเตรียมตัวเดินในเส้นทางนี้ได้จากอุทยาน Northern Territory Parks.

 

แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเตรเลีย