เส้นทาง Great Tropical Drive รัฐควีนแลนด์

เส้นทาง Great Tropical Drive รัฐควีนแลนด์

Cairns – Cooktown – Mareeba – Undara – Charters Towers – Townsville – Ingham – Tully – Mission Beach – Innisfail - Cairns

2,080 กม./ขับรถ 12 วัน

ขับรถจากเมืองแคนส์ไปยังเมือง Townsville ผ่านแนวปะการังและป่าฝนที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สู่ทุ่งสะวันนาสีเหลืองทองของชนบทอันห่างไกล บนเส้นทางนี้ คุณจะไม่มีวันพลาดความสวยสดงดงามของรัฐควีนแลนด์แม้แต่นิ้วเดียว  ล่องเรือชมแนวปะการัง Great Barrier Reef และเดินป่าในป่าฝนดึกดำบรรพ์เดนทรี สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวอะบอริจินเมื่อเดินทางขึ้นเหนือไปยังพรมแดนอันห่างไกลของ Cape Tribulation สำรวจเมืองทำเหมืองทองคำประวัติศาสตร์  กล้วยไม้และพืชพรรณอันดาษดื่นของเขต Tropical Tablelands  เดินทางหนึ่งวันไปยังเกาะ Magnetic, Dunk และ Hinchinbrook พักผ่อนหย่อนใจในเมืองรีสอร์ต เช่น เมือง Port Douglas และหาด Mission Beach  การเดินทางนี้จะมีช่วงที่ต้องใช้รถโฟร์วีลระยะสั้น โดยมีถนนทางเลือกสำหรับรถยนต์ทั่วไป

Cairns, QLD
Cairns, QLD

วันที่ 1 – จาก Cairns ไปยัง Port Douglas

ขับรถลัดเลี้ยวไปตามหาดที่เชื่อมต่อกันยาวขึ้นไปทางเหนือจากเมืองแคนส์  เล่นกระดานโต้คลื่นที่หาด Machans Beach และว่ายน้ำที่ Holloways และ Yorkey’s Knob ที่รายล้อมด้วยต้นปาล์ม  ปิกนิกใต้ต้นอัลมอนด์ทะเลที่หาด Trinity Beach หรือทานอาหารเที่ยงในหมู่บ้านเขตร้อน  พูดคุยกับชาวพื้นเมืองบนหาด Kewarra Beach ที่เร้นตัวอยู่โดดเดี่ยว และชมสัตว์ป่าที่น่าสนใจของหาด Clifton Beach  ทานมื้อค่ำในร้านอาหารระดับห้าดาวของ Palm Cove จากนั้นปีนข้ามเขาหินไปยังหาด Ellis Beach ที่เงียบสงบ เดินทางไปตามทางหลวง Cook Highway หยุดที่จุดชมวิว Rex Lookout เพื่อชมทิวทัศน์อันมีมนต์ขลังเหนือหาด Coral Sea ขับรถไปยังแหล่งอุดมสมบูรณ์แบบเขตร้อนของเมือง Port Douglas ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างป่าฝนและแนวปะการังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  เดินตามแนวหาดทรายสีขาวของ Four Mile Beach และปีนเนินเขา Flagstaff Hill เพื่อชมวิวอันสวยงามเหนือเมือง Port Douglas  ชมชีวิตนกท้องถิ่นจำนวนมากในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของพื้นที่ป่าฝน  เลือกชมแกลเลอรีร่วมสมัยและห้องแสดงงานศิลป์ แล้วเพลิดเพลินไปกับมื้อค่ำในบรรยากาศปลอดโปร่งกลางแจ้งที่ Macrossan Street

Bloomfield Falls, QLD
Bloomfield Falls, QLD

วันที่ 2 – จาก Port Douglas ไปยัง Cooktown

ใช้เวลาเพิ่มอีกหนึ่งวันเพื่อล่องเรือชมแนวปะการัง Great Barrier Reef  หรือไปที่เมือง Cooktown แล้วซึมซับประสบการณ์พิเศษจากชนเผ่าอะบอริจินบนเส้นทางเดิน Bama Way  เดินทางผ่านเมือง Mossman ไปยังช่องเขา Mossman Gorge อันมีมนต์ขลังในอุทยานแห่งชาติ Daintree เดินบนหาด Cooya Beach กับชนเผ่า Kuku Yalanji ผู้ครองดินแดนนี้แต่ดั้งเดิม จากนั้นเดินทางขึ้นเหนือไปยังป่าฝนเดนทรีที่เป็นมรดกโลก  ล่องแม่น้ำ Daintree River ผ่านนกเขตร้อนและจระเข้ดึกดำบรรพ์ จากนั้นข้ามฟากบนเรือบรรทุกรถยนต์ แล้วขับต่อไปยัง Cape Tribulation  พักแรมเพิ่มอีกคืนในแคมป์ หรือขับรถโฟร์วีลบนเส้นทาง Bloomfield Track เข้าสู่ธรรมชาติอันห่างไกลและสงบเงียบของคาบสมุทร Cape York Peninsula  ชมน้ำตก Bloomfield Falls กับไกด์ชาว Wujal Wujal และสำรวจป่าฝนเขตร้อนอันหนาทึบของอุทยานแห่งชาติ Cedar Bay ผ่านหินรูปร่างสูงชันของภูเขา Black Mountain และดูนกน้ำนับพัน ๆ ตัวส่งเสียงเซ็งแซ่ในทะเลสาบปิด Keating's Lagoon เดินทางถึงเมือง Cooktown ทันเวลาเดินเที่ยวยามค่ำคืนตามจุดต่าง ๆ ที่มีงานศิลปะบนก้อนหินโบราณกับผู้สูงอายุและนักเล่าเรื่องราวชาว Nugal-warra

Grassy Hill, QLD
Grassy Hill, QLD

วันที่ 3 – จากเมือง Cooktown ไปยัง Mareeba

ชมสถานที่ประวัติศาสตร์ในเมือง Cooktown ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งหลักแหล่งแห่งแรกของชาวยุโรปในออสเตรเลีย และที่มาของยุคตื่นทองในศตวรรษที่ 19  ปีนขึ้นบนยอด Grassy Hill เพื่อชมแนวหินโสโครกที่สร้างปัญหาให้กับเรือของกัปตัน Cook ในปี 1770  ขับไปทางตะวันตกเฉียงใต้สู่อุทยานแห่งชาติ Black Mountain เพื่อดูหมู่หินกลมขนาดใหญ่สีดำมะเมื่อมที่เป็นก่อตัวเป็นภูเขา  จากนั้นเดินทางไปยังเมือง Lakeland ที่ Laura River Valley อันเงียบสงบที่คุณสามารถลิ้มรสกาแฟที่คั่วจากไร่ในท้องถิ่น  ขับรถโฟร์วีลขึ้นเหนือไป 45 กม. สู่เมือง Laura เพื่อชมงานศิลปะบนก้อนหินก่อนประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ทางใต้ของ Lakeland เป็นที่ตั้งของ Palmer River Roadhouse ความทรงจำเกี่ยวกับการทำเหมืองที่รวบรวมไว้ที่นี่ คือสิ่งที่หลงเหลืออยู่จากยุคตื่นทองในทศวรรษที่ 1870  เยี่ยมหลุมศพของ James Mulligan ผู้สร้างเหมืองทองคำ Palmer River ที่สุสาน Mt Molloy  เดินทางต่อลงใต้ไปยังเมือง Mareeba ซึ่งอยู่ใจกลางดงกล้วยไม้ ไร่กาแฟ โรงบ่มไวน์ และไร่อ้อยของที่ราบสูง Tropical Tablelands

Mareeba Wetlands, QLD
Mareeba Wetlands, QLD

วันที่ 4 – จากเมือง Mareeba ไปยัง Ravenshoe

รู้ซึ้งกับสมญา ‘ชามผลไม้เขตร้อน’ (Tropical Fruit Bowl) แห่งรัฐควีนส์แลนด์ของเมือง Mareeba เที่ยวชิมความอร่อยตามคาเฟ่ แผงขายของริมถนน สวนและไร่ผลไม้ ดูนกน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำ Mareeba Wetlands ซึ่งอยู่นอกเมืองเพียงเล็กน้อย  ต่อไปทางตะวันออก ชมห้องแสดงงานศิลปะบนก้อนหินของชาวอะบอริจินในอุทยานแห่งชาติ Davies Creek หรือว่ายน้ำที่น้ำตก Emerald Creek Falls  สำหรับการผจญภัยนอกเส้นทาง ให้ขับรถไปทางตะวันตก 140 กม. ไปยังถ้ำหินปูน Chillagoe Caves  ขับรถตามเส้นทาง Highway ไปราวชั่วโมงครึ่งเท่านั้นก็จะมาถึงเมือง Atherton ในใจกลางที่ราบสูง Tropical Tablelands อันเขียวชอุ่ม  เดินผ่านป่าฝนและน้ำตกขนาดจิ๋วเพื่อชมวิวบนที่ราบสูงจากภูเขาไฟ Halloran’s Hill ที่ดับสนิทแล้ว  ปิกนิกในสวน Platypus Park ชมวัดจีนอายุร่วมศตวรรษ และฟังเสียงร้องเซ็งแซ่ของนกในบึง Hasties Swamp  ขึ้นรถหัวจักรไอน้ำไปยังเหมืองดีบุกเก่าของเมือง Herberton หรือขับรถไปที่นั่นตามทางหลวงสาย Kennedy Highway  อัศจรรย์ใจกับปล่องลึกของภูเขาไฟ Mount Hypipamee ระหว่างเส้นทางสู่ Ravenshoe เมืองที่อยู่สูงสุดของรัฐควีนส์แลนด์

Ravenshoe Wind Farm, QLD
Ravenshoe Wind Farm, QLD

วันที่ 5 – จากเมือง Ravenshoe ไปยังอุทยานแห่งชาติ Undara Volcanic National Park

ดื่มเบียร์ในผับที่อยู่สูงที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ หรือชมฟาร์มกังหันลมขนาดใหญ่  ขับลงใต้ตามถนน Tully Falls Road เพื่อดูน้ำตก Tully Falls ที่อยู่สูงเกือบ 300 ม. เหนือป่าฝนและเขาหินที่ส่งประกายระยิบระยับ  ชมน้ำตก Little Millstream Falls ในช่วงขากลับไปยังเมือง Ravenshoe  ขับรถตามทางหลวงไปยังน้ำตก Millstream Falls ซึ่งเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดของออสเตรเลีย และบ่อน้ำร้อน Innot Hot Springs  ผ่อนคลายในน้ำแร่บำบัด จากนั้นขับรถไปบนเส้นทาง Savannah Way สู่ภูเขา Mount Garnet และอุทยานแห่งชาติ Forty Mile Scrub National Park  ลัดเลาะไปตามไม้พุ่มอันหนาทึบและดงต้นฟิกยักษ์ ผ่านฝูงไก่งวงบรัชเทอร์กีและตัวพาเดอเมลอนขาแดงของออสเตรเลีย  ขับไปทางตะวันตกสู่อุทยานแห่งชาติ Undara Volcanic ที่คุณจะพบร่องรอยของธารลาวาจากภูเขาไฟเพียงลูกเดียวที่ยาวที่สุดในโลก  เดินรอบปล่องภูเขาไฟ Kalkani Crater ตามทางเดินของผู้บุกเบิกไปยัง Rosella Plains หรือจุดชมวิว Atkinsons ทอดสายตามองเหนือทุ่งลาวาและสำรวจถ้ำที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภูเขาไฟและในปัจจุบันเป็นแหล่งป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์  ค้างคืนในจุดตั้งแคมป์หรือในที่พักราคาประหยัดที่อยู่ใกล้ ๆ

Charters Towers, QLD
Charters Towers, QLD

วันที่ 6 – จากอุทยานแห่งชาติ Undara Volcanic ไปยัง Charters Towers

ขับรถตามทางหลวงสาย Kennedy Highway ไปยัง The Lynd หรือเลือกขับบนเส้นทางที่ขรุขระมากกว่าบนถนนลูกรัง Gregory Developmental Road มุ่งหน้าไปทางตะวันตกผ่านภูเขา Mount Surprise จากนั้นลงใต้ไปยังเมืองทำเหมืองแร่ทองแดงเก่า Einasleigh บนฝั่งแม่น้ำ Copperfield River  เดินในรอยแยกของช่องเขาลึกและหาดอันเงียบสงบของ Copperfield Gorge ที่ถูกสลักเสลาด้วยธารลาวาโบราณ  จากนั้นขับไปยังชุมทาง Lynd Junction  ที่คุณจะพบกับหนึ่งในสามของผู้ที่อาศัยอยู่ใน Oasis Roadhouse ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบาร์ที่เล็กที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์  ตามเส้นทางเดินป่ารอบเมือง Greenvale ที่เคยทำเหมืองแร่นิกเกิลเก่า  ลงใต้ไปยังอุทยานแห่งชาติ Dalrymple ที่ซึ่งเส้นทางอันทุรกันดารจะพาคุณข้ามแม่น้ำ Burdekin River และธารลาวาโบราณ Toomba Basalt   มุ่งหน้าสู่ Charters Towers ซึ่งทิวทัศน์สองข้างทางนำวันเวลาอันรุ่งเรืองของยุคทองในช่วงศตวรรษที่ 1800 หวนคืนมา  ตามเส้นทาง Ghosts of Gold Heritage Trail และชมสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เช่นพิพิธภัณฑ์ Zara Clark Museum, สมาคม Civic Club และโรงละคร World Theatre

Magnetic Island, QLD
Magnetic Island, QLD

วันที่ 7 – จาก Charters Towers ไปยัง Townsville

ตามถนน Flinders Highway ไปทางตะวันออก แวะดูนกชายเลนและนกน้ำอื่น ๆ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ Mingela Wetlands  ก่อนถึงเมือง Townsville เบี่ยงเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ Bowling Green Bay อันเต็มไปด้วยยอดเขาขรุขระ พื้นที่ชุ่มน้ำ แอ่งเกลือ และป่าชายเลน  การเดินเขาหนึ่งวันจะนำคุณขึ้นไปเหนือภูเขา Mount Elliot ผ่านสระน้ำลึกและน้ำตกของ Alligator Creek  ดูพอสซัมหางพวง จิงโจ้บิน ตัวแบนดิคูทสีน้ำตาลเขตเหนือ วอลลาบี และจิงโจ้รูฟัสเบ็ตตอง ออกหากินในตอนเช้าตรู่และยามบ่ายแก่  ใน Townsville เดินทอดน่องบนหาดที่มีทิวทัศน์สวยงามของย่าน The Strand และชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีปะการังมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ทานมื้อค่ำแบบกลางแจ้งด้วยอาหารทะเลท้องถิ่นบนถนน Palmers Street และดูชีวิตกลางคืนแบบสบาย ๆ บนถนน Flinders Street East  หากคุณมีวันเพิ่มอีกหนึ่งวัน ลองขึ้นเรือคาตามารันไปยังเกาะ Magnetic Island ที่คุณสามารถว่ายน้ำ ดำสนอร์กเกิล ขี่ม้า และเดินเขาผ่านอุทยานแห่งชาติ  ดำน้ำชมซากเรือ Moltke และเรือ SS Yongala ขนาดใหญ่ ซึ่งจมลงในปี 1911

Paluma Range National Park, QLD
Paluma Range National Park, QLD

วันที่ 8 – จาก Townsville ไปยัง Ingham

เดินทางขึ้นเหนือตามเส้นทาง Great Green Way หยุดเพื่อเดินเขาผ่านป่าฝนอันหนาทึบของอุทยานแห่งชาติ Paluma Range ว่ายน้ำที่ Big หรือ Little Crystal Creek ที่ซึ่งสะพานโค้งที่สร้างตามแบบศิลปะหินอันเก่าแก่ค้อมตัวอยู่เหนือผืนน้ำ  เดินไปยังจุดชมวิว McClellands Lookout เพื่อชมทิวทัศน์อันน่าตื่นตาเหนือเกาะและแนวชายฝั่ง  ก่อนถึงเมือง Ingham เปลี่ยนเส้นทางไปตามถนนลูกรังไปยังน้ำตก Jourama Falls ที่คุณจะปิกนิกท่ามกลางหมู่นกและผีเสื้อข้างลำธาร Waterview Creek ที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ  ขับรถเข้าไปใน Ingham เมืองแห่งการปลูกอ้อยที่มีเสน่ห์แบบเมดิเตอร์เรเนียน ต้องขอบคุณชาวอิตาลี สเปน และบาสก์ที่อพยพมาอยู่ที่นี่   ชมอาคารประวัติศาสตร์อันสง่างามของเมืองบนทางเดิน Hinchinbrook Heritage Walk ระหว่างเมือง Ingham และเมือง Halifax ที่อยู่ติดกัน  เยี่ยมชมสวรรค์ของการชมนกแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ Tyoto Wetlands ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของนกนับ 200 ชนิด พันธุ์ไม้เขตร้อน และสัตว์ป่าพื้นเมือง เช่น วอลลาบีและจระเข้  พักแรมในเมือง Ingham หรือเมืองชายหาดที่สวยงามเมืองใดเมืองหนึ่ง เช่น Lucinda, Halifax, Taylors Beach หรือ Forrest Beach

Hinchinbrook Island, QLD
Hinchinbrook Island, QLD

วันที่ 9 – จาก Ingham ไปยัง Cardwell

ขับรถไปทางตะวันตกเพื่อเยี่ยมชมน้ำตก Wallaman Falls น้ำตกสายธารเดียวที่สูงที่สุดในออสเตรเลีย  เดินตามทาง Banggurru walk เลียบริมฝั่ง Stony Creek หรือเดินระยะสั้นบนทางเดิน Jinda เข้าสู่ช่องเขาเพื่อชมวิวระยะใกล้  มุ่งหน้าสู่ชายฝั่งเพื่อชมสะพานเรือขนส่งน้ำตาลของเมือง Lucinda ซึ่งมีความยาวที่สุดในซีกโลกใต้ และโค้งตัวตามรูปร่างของโลก  ขึ้นเรือข้ามฟากไปยังเกาะ Hinchinbrook จากจุดนี้ หรือจากเมือง Cardwell ที่อยู่ใกล้เคียง  Hinchinbrook คืออุทยานแห่งชาติที่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย มีเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆ พืชพันธุ์อันเปราะบางในพื้นที่เพาะปลูกไม่ขึ้น ป่าฝนที่เขียวชอุ่ม ป่ายูคาลิปตัส และป่าชายเลน  ลัดเลาะไปตามอ่าวกว้างและแหลมหินด้านชายฝั่งตะวันออกตามส่วนต่าง ๆ ของเส้นทาง Thorsborne Trail  คุณจะตั้งแคมป์ได้มากกว่าสามคืนและเดินไปตามความยาวทั้งสิ้น 32 กม. ตั้งแต่อ่าว Ramsay Bay ไปจนถึง George Point  ดำสนอร์กเกิลชมเต่าและพะยูนเหนือแนวปะการังที่เต็มไปด้วยสีสัน และท้องน้ำที่มีหญ้าทะเลในน่านน้ำอุทยานทางทะเลของเกาะ  พักค้างคืนในพื้นที่ตั้งแคมป์ที่จองไว้ล่วงหน้าที่นี่ หรือที่พักพร้อมอาหารเช้าที่เมือง Cardwell อันเก่าแก่

Tully River, QLD
Tully River, QLD

วันที่ 10 – จาก Cardwell ไปยัง Tully/Mission Beach

ชมอาคารเก่าแก่และท่าจอดเรืออันทันสมัยของเมือง Cardwell ก่อนที่จะเดินทางขึ้นเหนือผ่านเมือง Kennedy  ออกนอกเส้นทางไฮเวย์ไปทางตะวันออกสู่อุทยานแห่งชาติ Edmund Kennedy National Park เพื่อปิกนิกริมหาด หรือไปทางตะวันตกสู่น้ำตก Murray Falls อันงดงาม  ถนนลูกรังจะพาคุณขึ้นเหนือจากจุดนี้ไปยังอุทยานแห่งชาติ Tully Gorge เดินผ่านป่าฝนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ผ่านสระน้ำเพื่อการบำบัดแบบดั้งเดิมและเดินเลียบริมฝั่ง Echo Creek ไปกับไกด์พื้นเมืองชาวอะบอริจิน  ว่ายน้ำตกในแอ่งน้ำที่ใสเหมือนคริสตัล หรือผจญภัยไปกับการล่องแพในน้ำเชี่ยวลงสู่แม่น้ำ Tully  หากคุณอยากพักผ่อนมากกว่า ก็อาจเลือกปิกนิกข้างแม่น้ำและเดินไปตามเส้นทาง Rainforest Butterfly Walk เป็นเวลา 20 นาที เพื่อไปยังช่องเขา  คุณจะเห็นนักล่องแพต่อสู้กับกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากจากจุดชมวิว Flip Wilson Lookout ได้ทุกวันในเวลา 13.00 น.  เดินเขาไปยังน้ำตก Elizabeth Grant Falls, Cannabullen Falls และจุดที่สวยงามอื่น ๆ ในการเดินระยะสั้นบนเส้นทาง Misty Mountains Trails  มุ่งหน้าไปยังเมือง Tully หรือค้างคืนในหมู่บ้านที่มีสีสันของ Mission Beach

Mission Beach, QLD
Mission Beach, QLD

วันที่ 11 – จาก Tully/Mission Beach ไปยัง Innisfail

คุณจะต้องไม่พลาดชม Giant Golden Gumboot ของเมือง Tully ซึ่งเป็นรองเท้าบู้ตยางสูง 8 เมตร ที่สร้างขึ้นให้เข้ากับสมญานาม เมืองที่เปียกชื้นมากที่สุดในออสเตรเลีย  จากยกพื้นสำหรับชมวิว คุณสามารถมองได้ทั่วเมืองตลอดจนโรงทำน้ำตาล Tully Sugar Mill  ลัดเลาะผ่านป่าฝนในที่ราบต่ำ และข้ามลำธารที่ไหลเอื่อยบนเส้นทาง Lacey Creek Walking Trails รอบเมือง  คอยมองหานกคาสโซวารีที่มีคอสีฟ้าและหงอนบนหัวอันสวยงาม  ขับรถไปยังหาด Mission Beach ที่หาดทรายสีทองถูกล้อมรอบด้วยป่าฝนอันเชียวชอุ่ม  ไปตามเส้นทาง Ulysses Link Walking Track เลียบชายฝั่ง Mission Beach ผ่านงานศิลปะที่บอกถึงประวัติความเป็นมาของชาวอะบอริจินและชาวยุโรปในพื้นที่  เพิ่มวันพักให้นานขึ้นด้วยการเดินทางหนึ่งวันไปยังเกาะเขตร้อน Dunk Island  มิฉะนั้น ขับรถต่อไปยังเมือง Innisfail แวะชมแหล่งพักอาศัยของทหารในประวัติศาสตร์ของ El Arish  เบี่ยงออกจากไฮเวย์ไปยัง Mena Creek และ Paronella Park ซึ่งเป็นปราสาทแบบสเปนที่ล้อมรอบด้วยน้ำตกและสวนที่เต็มไปด้วยผีเสื้อ   ขับรถไปค้างแรมที่เมืองแห่งน้ำตาลอันคึกคักของ Innisfail

Innisfail, QLD
Innisfail, QLD

วันที่ 12 – จาก Innisfail ไปยัง Cairns

เดินเล่นชมอาคารแนวอาร์ตเดโคอันสวยงามของเมือง Innisfail เยี่ยมชมวัดจีนและพิพิธภัณฑ์น้ำตาลและทัวร์ไร่ชา  จากนั้น ขับรถขึ้นเหนือไปยังอุทยานแห่งชาติ Eubenangee Swamp ที่พันธุ์ไม้และสัตว์ป่าพื้นเมืองหายากเติบโตอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ  ชมนก ผีเสื้อ เต่า และจระเข้ในขณะที่คุณเดินลัดเลี้ยวไปตามริมแม่น้ำ Alice ขึ้นไปบนยอดเนินหญ้าอันเขียวขจี  เดินตามชายหาดในอุทยานแห่งชาติ Ella Bay ที่อยู่ใกล้เคียง ผ่านน้ำตก แม่น้ำเชี่ยวและต้นไม้กว่า 500 ชนิดในป่าฝนของอุทยานแห่งชาติ Wooroonooran ที่นี่เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่น่าสนใจหลายชนิด นับตั้งแต่นกแก้วดับเบิลอายด์ฟิก จนถึงจิงโจ้มัสกี้แรต  ปีนเขา Mt Bartle Frere ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในรัฐควีนส์แลนด์ ปิกนิกใกล้น้ำตก Josephine Falls หรือล่องแพในน้ำเชี่ยวสู่แม่น้ำ Johnstone เยี่ยมชมฟาร์มน้ำมันลาเวนเดอร์ในเมือง Aloomba และขับสู่ถนนสายหลักอันมีเสน่ห์ของเมือง Gordonvale  ผ่านเมือง Edmonton ในช่วงขากลับเข้าเมืองแคนส์ซึ่งเป็นทางเข้าออกสู่หมู่เกาะ ป่าฝน และแนวปะการังของเขต Tropical North Queensland

The Great Tropical Drive

The Great Tropical Drive

 

แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเตรเลีย