เส้นทาง Overland Track รัฐแทสเมเนีย

เส้นทาง Overland Track รัฐแทสเมเนีย

65 กม./6 วัน/เดินระยะใกล้หนึ่งวัน

ผ่านใจกลางผืนป่ามรดกโลกของแทสเมเนียบนเส้นทาง 65 กิโลเมตรอันมีชื่อเสียง จากเขา Cradle Mountain ไปยังทะเลสาบ St Clair  เดินตลอดเส้นทาง Overland Track ในเวลาหกวัน หรือเดินระยะสั้นในเวลาหนึ่งวันจากศูนย์นักท่องเที่ยว Cradle Mountain Visitor Centre และทะเลสาบ Dove Lake  อย่าลืมว่าการเดินตลอดเส้นทางนั้นจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า  คุณจำเป็นต้องสำรองที่ล่วงหน้ากับสำนักงานบริการ Parks & Wildlife Service ของแทสเมเนีย และนำเต๊นท์อย่างดีพร้อมกับถุงนอนที่อุ่นพอไปด้วย เนื่องจากเส้นทางนี้มีกระท่อมแปดหลังที่มีเตาผิงไฟแบบธรรมดา ดังนั้นไม่แน่ว่าจะมีที่ว่างเหลือ  เวลาดีที่สุดที่จะใช้เส้นทางเดินนี้อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนและเมษายน ที่อากาศไม่ร้อนหรือหนาวจัด และมีช่วงวันยาวขึ้นจากการปรับเวลา  ในระหว่างเดือนเมษายน คุณอาจมองเห็นสีสันที่เปลี่ยนไปอย่างน่าตื่นตาตื่นใจของต้นบีชที่เป็นไม้ผลัดใบ เช่นเดียวกับความท้าทายทางกาย การเดินนี้เสมือนการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแท้จริง  คุณจะมองเห็นทะเลสาบ ป่าไม้และโตรกธาร ภูเขาและทุ่งหญ้า น้ำตกที่ชวนให้ตื่นเต้น และยอดเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยหิน

Crater Falls, The Overland Track, TAS
Crater Falls, TAS

วันที่ 1: จากจุดจอดรถ Ronny Creek ไปยัง Waterfall Vallley

วันแรกเป็นการเดิน 10 กม. สู่ยอดเขาอันสูงชันน่าเกรงขามของ Cradle Mountain  เริ่มที่ Ronny Creek และปีนพอประมาณผ่าน Crater Falls และทะเลสาบ Crater Lake ไปยังจุดชมวิว Marions  หรืออาจใช้เส้นทางโล่งที่ลาดชันน้อยกว่า ผ่าน Horse Track ไปยัง Crater Peak  คุณยังอาจเริ่มเดินจาก Dover Lake และค่อย ๆ ไต่สูงขึ้น ผ่านทะเลสาบ Liilla และ สระ Wombat Pool เพื่อไปยังจุดชมวิว Marions  สถานที่นี้เหมาะมากที่จะยืนพิจารณาความเงียบสงัด และน้ำที่เรียบใสเหมือนกระจกของทะเลสาบ Dove  เดินต่อไปบนที่ราบสูง Cradle Mountain และย่ำไปบนหินอัคนีโดเลอไรต์สู่ยอดเขาสูง 1,500 เมตร  ชมบริเวณแอ่งธารน้ำแข็ง ที่ซึ่งคุณจะสามารถเลี้ยวขวาออกนอกเส้นทางเพื่อสำรวจยอดตะปุ่มตะป่ำของ Barn Bluff  เดินลงผ่านพื้นที่สูง มองหาตัววอลลาบีและพอสซัมในหมู่ไม้ ที่ราบที่มีหญ้าบัตทันขึ้นอยู่ และทุ่งหญ้าสมุนไพร   จบการเดินทางของวันใน Waterfall Valley ที่มีมอสปูเป็นผืนพรม ท่ามกลางความสบายเรียบง่ายของ Barn Bluff Hut หรือใต้ผืนผ้าใบในจุดตั้งแคมป์ที่มีอยู่หลายแห่ง

Waterfall Valley, The Overland Track, TAS
Waterfall Valley, TAS

วันที่ 2: จาก Waterfall Valley ไปยัง Lake Windermere

ตื่นรับอากาศใสสะอาดของขุนเขาและเสียงร้องเริงร่าของนกพื้นเมือง เป็นต้นว่านกคาร์โรวอง และนกวัตเทิลคอเหลือง   ช่วงเส้นทาง 8 กม. นี้ใช้เวลานานประมาณสามชั่วโมง  คุณจะดื่มด่ำกับทัศนียภาพได้เต็มที่  จาก Waterfall Valley เส้นทางนี้มุ่งหน้าลงใต้ตัดข้ามทุ่งหญ้ามีน้ำขัง มีพุ่ม Pandani ต้นยูคาลิปตัส และต้นสนดินสอหายากที่อาจมีอายุถึง 1,000 ปี อยู่ประปราย  พักทานกลางวันท่ามกลางทิวทัศน์ของ Lake Will จากนั้นเดินสบาย ๆ ไปยังน้ำตก Innes ทางใต้สุดของทะเลสาบ  เลี้ยวลงสู่ทะเลสาบ Lake Holmes เดินตัดผ่านทุ่งโล่งดงหญ้าบัตทันไปยัง Lake Windermere ซึ่งอาบด้วยสีชา  หลังสดชื่นกับการว่ายน้ำ คุณอาจเดินไปยังจุดชมวิว Forth Valley เพื่อชมทิวทัศน์เหนือผืนป่าเขียว Lemonthyme Forests ที่ส่งกลิ่นหอม  ปักหลักค้างแรมที่ Windermere Hut  มองขึ้นบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวจรัสแสง ฟังเสียงวิ่งของพอสซัมที่ออกหากินกลางคืน

Lake Windermere, The Overland Track, TAS
Lake Windermere, TAS

วันที่ 3: จาก Lake Windermere ไปยัง Pelion Plains

เตรียมพร้อมสำหรับการเดินระยะทาง 17 กม. ผ่านทุ่งหญ้าและภูเขา  หยุดพักที่จุดชมวิว Forth River เพื่อชมทัศนียภาพเหนือหุบเขาธารน้ำแข็งของแม่น้ำแห่งนี้และป่าต้นยูคาลิปตัสขนาดยักษ์ที่อยู่รายรอบ   จาก Pine Forest Moor เส้นทางนี้จะคดเคี้ยวผ่านหมู่ไม้ที่มีผิวตะปุ่มตะปั่ม ปกคลุมด้วยมอสใต้ชะง่อนผาหินของ Mt Pelion West  ทานอาหารกลางวันที่ Frog Flat เบื้องล่างของยอดเขาหินโดเลอไรต์ที่สูงตระหง่าน  ที่นี่ ต้นน้ำของ Forth River ไหลลดหลั่นลงสู่หุบเขา Lemonthyme Valley  เดินตามทิศทางน้ำเหล่านี้ขณะที่บ่ายหน้าลง ผ่านป่าฝนที่มีพุ่มเลเทอร์วูด ต้นซาสซาฟราส และเมอร์เทิล จากนั้นผ่านทุ่งหญ้าอัลไพน์เข้าสู่ Pelion Plains  เส้นทางในช่วงนี้เป็นทางเดินม้าในปี 1898 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้ลำเลียงคนงานเหมืองจากเมืองต่าง ๆ ทางด้านตะวันออกไปยังเหมืองที่อยู่ทางฝั่งเวสต์โคสต์  อัศจรรย์ใจกับรอยหยักของเขา Mount Oakleigh และวอมแบตขนาดใหญ่มหึมาที่กำลังเล็มหญ้า  จากนั้นพักค้างแรมใน Pelion Hut ที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่นาน

Pelion Hut, The Overland Track, TAS
Pelion Hut, TAS

วันที่ 4: จาก Pelion Plains ไปยัง Kia Ora

มองออกไปชมอาณาบริเวณกว้างใหญ่ที่ดูอ้างว้างของธรรมชาติในเซาท์เวสต์ ก่อนเริ่มเดิน 9 กม. ผ่าน Pelion Gap ไปยัง Kia Ora Hut  ผ่านป่าไม้สีเขียวมรกต และมุ่งหน้าสู่ที่เนินลาดที่เรียงรายไปด้วยต้นยูคาลิปตัส และเข้าสู่ที่โล่ง  จากที่นี่ คุณจะมองเห็นเขา Cathedral Mountain และมีเขา Pelion East และ Mount Ossa ตั้งตระหง่านประกบอยู่ทั้งสองด้านของตัวคุณ นักปีนเขาที่ชำนาญควรเผื่อเวลาไปกลับไว้สักสามชั่วโมงเพื่อปีนสู่ยอดเขา Mount Ossa ที่สูงที่สุดในแทสเมเนีย  ยอดเขาแห่งนี้เป็นจุดชมวิวสำคัญของเส้นทางด้านใต้ของเขตมรดกโลก Cradle Mountain - Lake St Clair   มุ่งหน้าลงสู่ Pinestone Valley ผ่านพื้นที่ที่มีพืชคลุมดินคุชชันแพลนท์ สนโบราณ และต้นสกอพาเรีย  ปีนสันเขาขนาดเล็กไปยัง Kia Ora Hut ที่อยู่เบื้องล่างของเขา Cathedral Mountain

The Overland Track, TAS
The Overland Track, TAS

วันที่ 5: จาก Kia Ora Hut ไปยัง Windy Ridge

ระยะทาง 10 กม. วันนี้จะใช้เวลาสี่ชั่วโมง และอาจมีการแวะพักชมทิวทัศน์นอกเส้นทาง  แวะเยี่ยมสวน Leatherwood Garden และกระท่อม Du Cane ที่เคยเป็นบ้านในป่าของพรานดักสัตว์ Paddy Hartnett และภรรยา  สำรวจรอบป่า Leatherwood ที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน  เดินไปทางใต้ตามแม่น้ำ Mersey River หยุดพักเพื่อชมน้ำตกสามแห่งที่ใหญ่ที่สุดและน่าตื่นตามากที่สุดของแทสเมเนีย  นั่นคือ Fergusson, D'Alton และ Hartnett น้ำตก Ferguson ตั้งชื่อตามอดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ Lake St. Clair ส่วนชื่อน้ำตก Hartnett นั้นตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Paddy Hartnett คนป่านิสัยประหลาดที่ใส่หมวกปีกสั้นขอบโค้ง  เดินผ่าน Du Cane Gap และบ่ายหน้าลง ผ่านดงเมอร์เทิลที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ก่อนถึงธารน้ำแข็งรูปตัวยูที่ Windy Ridge  ในระหว่างช่วงยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ทางเข้าได้เคลื่อนตัวลงช้า ๆ ไปตามหุบเขา  หลังจากการเดินสบาย ๆ 10 กม. ในวันนี้ ตั้งเต๊นท์ หรือพักแรมในกระท่อมที่ Windy Ridge

Overland Track
Overland Track

วันที่ 6: จาก Windy Ridge ไปยัง Lake St. Clair

เตรียมพร้อมสำหรับระยะ 18 กม. สุดท้ายในการเดินทางของคุณ รวมถึงการแวะเที่ยวที่อื่น ๆ ที่คุณต้องการแทรกเพิ่ม  เดินทางผ่านป่าโล่งที่มีต้นยูคาลิปตัสและหย่อมหญ้าใน Bowling Green จากที่นี่คุณสามารถมองเห็นยอดเขา Mount Acropolis ได้  เดินต่อไปทางใต้เข้าสู่ Pine Valley ซึ่งมีทิวทัศน์งดงาม ภายใต้ชั้นหมอกที่ปกคลุมเทือกเขา Du Cane Range  ทางข้ามสะพานจะพาคุณไปยัง Cephissus Creek ท่ามกลางป่าฝนที่เขียวชอุ่ม  จากที่นี่ คุณอาจปีนขึ้นสู่ยอด Mount Acropolis เพื่อมองลงมายัง Labyrinth และทะเลสาบงามสง่าที่อยู่ด้านล่าง  หรือเดินต่อไปด้านใต้ ผ่านป่าอันแห้งแล้งของไม้จำพวกสเคลอโรฟิลล์และที่ราบโล่งของทุ่งหญ้าบัตทัน ไปยัง Narcissus Hut ริมทะเลสาบ St Clair  จากที่นี่ จบการเดินเท้าด้วยการล่องเรือในทะเลสาบธรรมชาติที่ลึกที่สุดของซีกโลกใต้ เมื่อออกห่างจากเส้นทาง คุณอาจมองย้อนกลับมาและอัศจรรย์ใจกับขุนเขาที่เพิ่งเดินผ่านมาซึ่งดูเหมือนจะไม่มีทางเข้าไปได้

The Overland Track ภาพรวม

The Overland Track, TAS

เวลาที่เหมาะที่สุดในการเดิน:
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ช่วงที่กลางวันยาวนานและอบอุ่นขึ้น

เมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุด :
Launceston และ Devonport

รายละเอียดเพิ่มเติม:
ดูการเตรียมตัวเดินในเส้นทางนี้ได้จากฝ่ายบริการอุทยานและสัตว์ป่าของรัฐแทสเมเนีย

 

แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเตรเลีย