สุดยอดประสบการณ์เกี่ยวกับไวน์ของออสเตรเลีย

Ultimate Winery Experiences of Australia

ออสเตรเลียมีโรงบ่มไวน์มากกว่า 2,400 แห่ง กระจายอยู่ในเขตภูมิภาคผลิตไวน์ 65 แห่งทั่วประเทศ เขตภูมิภาคการผลิตไวน์ของออสเตรเลียมีการใช้องุ่นมากกว่า 100 สายพันธุ์ในการผลิตไวน์ และ มีการบริโภคไวน์ออสเตรเลียสูงถึงกว่า 30 ล้านแก้วต่อวันทั่วโลก ออสเตรเลียมีไร่องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของโลกอยู่หลายแห่ง บางแห่งมีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1850

Ultimate Winery Experiences of Australia เป็นแหล่งรวมโรงบ่มไวน์ชั้นเยี่ยมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดของบรรดาเขตภูมิภาคการผลิตไวน์ชื่อดังทั่วออสเตรเลีย คุณจะได้พบกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่เหนือกว่าการเยี่ยมชมห้องเก็บไวน์

โรงบ่มไวน์เหล่านี้ไม่ใช่แค่โรงบ่มไวน์ทั่วๆ ไปที่แค่ให้คุณชิมไวน์แล้วก็ซื้อกลับบ้าน ที่นี่เรามีทั้งร้านอาหาร กิจกรรม งานศิลปะ และการเยี่ยมชมเบื้องหลังการผลิตไวน์อันน่าตื่นเต้น การทดลองชิมไวน์แบบส่วนตัว การให้ความรู้เกี่ยวกับไวน์ และการสอนการทำอาหาร ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ ที่งดงามที่สุดของออสเตรเลีย



เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย


Leeuwin Estate เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

Leeuwin Estate



Leeuwin Estate เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

Leeuwin Estate

Leeuwin Estate

Leeuwin Estate ตั้งอยู่ที่เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย, ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตภูมิภาคการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมระดับโลก เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์ มีชื่อเสียงในเรื่องไวน์ขาว โดยเฉพาะไวน์ชาร์โดเนย์ และไวน์ผสม เซมิยอง โซวินญง Leeuwin Estate มีชื่อเสียงในระดับสากลจากการผลิตไวน์ที่มีความโดดเด่นนี้ ที่นี่มีการผลิตไวน์ชาร์โดเนย์, โซวินญง บลอง, คาเบอร์เน่ต์ โซวีนยอง, ชิราซ, รีสลิง และเซมิยอง

Leeuwin ได้เริ่มขายไวน์ครั้งแรกในปี 1979 และก็ได้รับความสนใจในระดับสากลอย่างรวดเร็ว. ทุกวันนี้แบรนด์ Leeuwin มีการส่งออกไปมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

ฉลากไวน์แบบ ‘Art Series’ ของ Leeuwin กลายเป็นที่นิยมไปทั่ว เดินชมหอศิลป์ในไร่ที่มีภาพวาดจากศิลปินร่วมสมัยชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 100 ภาพ ที่ได้นำไปใช้เป็นรูปบนฉลากไวน์ เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์การจับคู่ชนิดอาหารกับไวน์แบบส่วนตัวและเป็นกันเอง เยี่ยมชมกระบวนการผลิตไวน์ และ ทดลองชิมไวน์

เพลิดเพลินไปกับอาหารพื้นเมือง และ ทิวทัศน์อันตระการตาที่ภัตตาคาร Leeuwin ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดมาแล้ว คุณจะได้พบกับภาพบรรยากาศของไร่องุ่นตัดกับฉากหลังที่เป็นมหาสมุทรและผืนป่าอันงดงาม มีการจัดกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี ซึ่งรวมถึง การสอนทำอาหาร การทานมื้อเย็นพร้อมไวน์ และตารางการจัดคอนเสิร์ตฤดูร้อนกลางแจ้ง

ขับรถจากย่านธุรกิจของเมืองเพิร์ทประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึง Leeuwin Estate เพื่อประสบการณ์อันน่าจดจำ คุณสามารถเลือกใช้การเช่าเหมาลำเครื่องบินจากเมืองเพิร์ทบินชมทิวทัศน์เป็นเวลา 45 นาทีเพื่อมาลงที่ลานบินส่วนตัวของ Leeuwin ได้

กลับไปด้านบน



Voyager Estate เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

Voyager Estate



Voyager Estate เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

Voyager Estate



Voyager Estate

ตั้งอยู่ที่มุมฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์ เป็นเขตภูมิภาคผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุด และมีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย สภาพดิน, สภาพภูมิอากาศ, ลักษณะทางกายภาพ และระยะทางจากทะเล เป็นสิ่งที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นเขตภูมิภาคผลิตไวน์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

จาก สถาปัตยกรรมแบบ Cape Dutch และสวนหย่อมอันตระการตา รวมไปถึงห้องเก็บไวน์อันน่าทึ่ง และภัตตาคารระดับชนะเลิศการประกวด ทั้งหมดนี้ทำให้ Voyager Estate เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์ เป็นโรงบ่มไวน์ที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดีแห่งหนึ่ง วิสัยทัศน์ตั้งแต่แรกเริ่มของ Voyager Estate ก็คือการสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับไวน์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์

เทคนิคการทำไวน์ที่พิถีพิถันเป็นหัวใจของปรัชญาการทำไวน์ของ Voyager Estate มามากกว่า 20 ปี ชื่อเสียงของที่นี่เกิดจากลักษณะเฉพาะของไวน์ที่มีทั้งความสมดุล และความซับซ้อนที่ลงตัวอย่างสวยงาม Voyager Estate เลือกผลิตไวน์เน้นจุดเด่นของตัวเองอย่างไวน์ คาเบอร์เน่ต์ โซวีนยอง เมอร์โล, ชาร์โดเนย์, ชิราส, โซวินญง บลอง เซมิยอง, เชนินบล็อง และคาเบอร์เน่ต์ เมอร์โล ที่นี่ยังมีห้องเก็บถังไวน์ใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียด้วย

ที่ห้องเก็บไวน์ของ Voyager Estate คุณจะได้พบกับไวน์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตไวน์ด้วย เยี่ยมชมไร่ผลิตไวน์โดยนั่งรถบัสสัมผัสบรรยากาศในไร่ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์พร้อมผู้ให้คำแนะนำ หรือจะเลือกรับประทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารก็ได้ พื้นที่ในไร่เต็มไปด้วยสวนหย่อมและทุ่งหญ้าอันน่าทึ่ง ที่ผสมผสานกับการออกแบบสิ่งปลูกสร้างแบบ South African Cape Dutch อย่างลงตัว

ร้าน Voyager Estate เป็นสถานที่ที่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งของไร่แห่งนี้ ทั้งเพดานยกสูงเป็นสง่า เฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ เตาผิงไฟแบบเปิด โคมระย้าทองเหลือง และเครื่องปั้นดินเผาที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบจากศิลปะของชาวดัตช์ รายการอาหารจะเปลี่ยนไปตามฤดูโดยใช้วัตถุดิบในการปรุงจากผู้ผลิตอาหารในท้องถิ่น มีบริการน้ำชาช่วงเช้าและบ่ายทุกวัน

เมืองมาร์กาเร็ต ริเวอร์อยู่ห่างจากเมืองเพิร์ทประมาณ 270 กิโลเมตร หรือใช้เวลาขับรถประมาณสามชั่วโมง

กลับไปด้านบน



Barossa Valley รัฐเซาท์ออสเตรเลีย


Jacob’s Creek, Barossa Valley รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Jacob’s Creek



Jacob’s Creek, Barossa Valley รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Jacob’s Creek



Jacob’s Creek

Jacob’s Creek Visitor Centre เป็นต้นกำเนิดของไวน์แบรนด์ Jacob’s Creek และตั้งอยู่ในเขตภูมิภาคการผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของออสเตรเลียได้แก่ Barossa Valley รัฐเซาท์ออสเตรเลีย และตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองแอดิเลดเพียงขับรถชั่วโมงเดียวเท่านั้น ที่นี่ได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับไวน์ชั้นนำของออสเตรเลีย และได้รับการบันทึกลงในหอเกียรติยศของรัฐเซาท์ออสเตรเลียในปี 2010 ในฐานะแชมป์สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดสามปีซ้อน และยังได้รับรางวัลในงานประกาศรางวัลของการท่องเที่ยวออสเตรเลียปี 2011 ในสาขาร้านอาหารที่ดีที่สุดและโรงบ่มไวน์ที่ดีที่สุดอีกด้วย

ศูนย์แห่งนี้ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเกี่ยวกับอาหารอันน่าประทับใจ ด้วยการผสมผสานกันของอาหารและไวน์ ประกอบกับทิวทัศน์ที่รายล้อมไปด้วยไร่องุ่นและทิวเขา สิ่งปลูกสร้างที่มีลูกเล่นการออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติ โดยยึดหลักการของความยั่งยืน การรีไซเคิล และการประหยัดพลังงาน

Jacob’s Creek เป็นไร่ปลูกไวน์เชิงพาณิชย์แห่งแรกใน Barossa Valley ชื่อนี้ได้มาจากแม่น้ำที่ไหลอยู่รอบๆ บริเวณที่ตั้งดั้งเดิม ทุกวันนี้โรงบ่มไวน์แห่งนี้ผลิตไวน์ ชิราซ, โซวินญง, เซมิยอง, รีสลิง, คาเบอร์เน่ต์ เมอร์โล และชาร์โดเนย์

แวะมาที่ Jacob’s Creek Visitor Centre เพื่อมาทานมื้อเที่ยงแบบสบายๆ ที่มีการจับคู่อาหารกับไวน์อย่างลงตัวที่ร้าน Jacob เพลิดเพลินไปไวน์แก้วโปรดพร้อมกับรับชมทิวทัศน์แบบพาโนรามาของไร่องุ่นและแนวเขา Barossa เรียนรู้วิธีการปลูกองุ่นและขั้นตอนการทำไวน์เพิ่มเติมได้จากการทัวร์ไร่องุ่น เข้าร่วมการเรียนทำอาหารหรือเลือกปิกนิกบริเวณริมน้ำแม่น้ำ Jacob’s Creek

ขับรถจากเมืองแอดิเลดประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึง Barossa Valley



 

กลับไปด้านบน



Seppeltsfield Winery, Barossa valley รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Seppeltsfield Winery



Seppeltsfield Winery, Barossa valley รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Seppeltsfield Winery



Seppeltsfield Winery

Seppeltsfield ถือเป็นสัญลักษณ์ของไร่ไวน์ของออสเตรเลีย และมีประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจที่ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1851

มรดกทางวัฒนธรรมของ Seppeltsfield เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดในการมาเยี่ยมชมไร่ผลิตไวน์แห่งนี้ โรงบ่มไวน์และหมู่บ้านที่นี่คือสถานที่ในฝันของผู้ก่อตั้งอย่าง Joseph Seppelt และลูกชายของเค้าที่ชื่อ Benno Seppelt โรงบ่มไวน์เก่าแก่ที่อาศัยแรงโน้มถ่วงในการไหลตามระเบียงจำนวนมากบริเวณเชิงเขาที่สร้างขึ้นตั่งแต่ปี 1888 ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งในทุกวันนี้ โรงบ่มไวน์แห่งนี้มีความชำนาญในการบ่มไวน์ คาเบอร์เน่ต์ โซวินญง, เกรนาช, ชิราซ, ทูริกา, ซานโจเวซี, เนโร ดาโวล่า และพาโลมิโน

Seppeltsfield เป็นโรงบ่มไวน์ที่เดียวในโลกที่มีการจำหน่ายไวน์อายุ 100 ปี ในทุกๆ ปี ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องคอลเลกชันไวน์อายุร้อยปี - เป็นไวน์ที่มีการผลิตทุกปีอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาดตั้งแต่ปี 1878 จนถึงปัจจุบัน ในการทัวร์ Seppeltsfield Centenary คุณจะได้เข้าชมห้องเก็บไวน์ Seppeltsfield Centennial และได้ทดลองชิมไวน์แบบ tawny port ที่ทำขึ้นในปีเกิดของคุณโดยเปิดเอาจากถังไวน์กันตรงนั้นเลย ทดลองชิมไวน์แดงชั้นยอดจากโรงบ่มไวน์แบบใช้แรงโน้มถ่วงในการไหล และไวน์อายุร้อยปีชื่อดังของที่นี่

คุณสามารถเข้าชมด้านในของโรงทำถังไม้ซึ่งเป็นที่ทำถังหมักไวน์ สำรวจสวนหย่อมเก่า หรือลองชิมเบียร์สไตล์เยอรมันที่ซุ้มเครื่องดื่มแบบท้องถิ่นที่ลานปิกนิกก็ได้



กลับไปด้านบน



Adelaide Hills รัฐเซาท์ออสเตรเลีย


Penfolds Magill Estate เนินเขาแอดิเลด (Adelaide Hills) รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Penfolds Magill Estate



Penfolds Magill Estate เนินเขาแอดิเลด (Adelaide Hills) รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Penfolds Magill Estate



Penfolds Magill Estate

Adelaide Hills เป็นเขตภูมิภาคผลิตไวน์เมืองหนาวที่มีสีสันที่สุดในออสเตรเลีย เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศในเรื่องคุณภาพไวน์และองุ่นชั้นเลิศที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงเรื่องทิวทัศน์อันน่าทึ่ง

Penfolds เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของการทำไวน์ของออสเตรเลียในยุคแรกๆ และมีชื่อเสียงในระดับสากลในเรื่องการทำไวน์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ไร่องุ่นที่มีทั้งความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่าง Magill Estate เริ่มขึ้นในปี 1844 โดย ดร. Christopher Rawson และ Mary Penfold เพียงแปดปีเท่านั้นหลังจากการก่อตั้งเมืองแอดเลด

ชื่อเดิมที่คนเคยรู้จักกันคือชื่อ Grange Vineyard ตั้งขึ้นตามบ้านไร่ของพวกเค้าที่ชื่อ 'The Grange' ซึ่งเป็นกระท่อมเล็กๆ ท่ามกลางไร่องุ่นและยังคงมีอยู่จนทุกวันนี้ หลายปีต่อมา ไร่องุ่นแห่งนี้ได้เป็นแหล่งของแรงบันดาลใจและองุ่นให้กับ Penfolds Grange ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นไวน์ที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย ไร่องุ่นแห่งนี้ได้เริ่มการปลูกครั้งแรกโดยใช้กิ่งองุ่นเกรนาชที่ตัดมาจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

โรงบ่มไวน์แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์และตัวตนของผู้ก่อตั้ง ผู้บุกเบิกได้พาชื่อของครอบครัวเข้ามาอยู่ในใจของชาวออสเตรเลียมาเป็นเวลากว่า 165 ปีแล้ว

ทุกวันนี้โรงบ่มไวน์ที่นี่ทำไวน์ชิราซ, ชาร์โดเนย์, คาเบอร์เน่ต์ โซวินญง, ซานโจเวซี, ปิโนต์นัวร์, ทรามิเนอร์, ปีโนกรีส์, เทมพรานิลโล, วิออนเย, เกรนาช, มูร์แวดร์, รีสลิง, เมอร์โล, เซมิยอง และโซวินญง บลอง

ให้ตัวคุณดื่มด่ำไปกับประวัติศาสตร์ ปรัชญา และจิตวิญญาณของอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ของออสเตรเลีย ด้วยทัวร์เชิงประวัติศาสตร์ของ Penfolds Magill Estate ชมอุโมงค์ใต้ดินอันน่าทึ่ง กระท่อมแบบดั้งเดิม และห้องเก็บไวน์ใต้ดินที่ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางมรดก ก่อนที่จะค่อยๆ เลือกชิมไวน์ชื่อดังชั้นเลิศของ Penfolds

เขตภูมิภาคผลิตไวน์ Adelaide Hills ตั้งอยู่ในเทือกเขา Mount Lofty ใช้เวลาขับรถประมาณ 15 นาทีจากใจกลางย่านธุรกิจของเมืองแอดิเลด

กลับไปด้านบน



McLaren Vale รัฐเซาท์ออสเตรเลีย


d’Arenberg, McLaren Vale รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

d’Arenberg



d’Arenberg, McLaren Vale รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

d’Arenberg



d’Arenberg

McLaren Vale ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาน้อยใหญ่และชายฝั่งอันสวยงามเหมือนภาพวาด ภูมิอากาศแบบเมดิเตอเรเนียนคือสภาพในอุดมคติสำหรับการปลูกองุ่น ชิราซ คือพันธุ์องุ่นที่สำคัญที่สุดที่ปลูกกันในภูมิภาคนี้ นับเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของผลผลิตในภูมิภาค ภูมิอากาศและดินที่ดีช่วยให้ได้ผลไม้รสชาติเข้มข้น และไวน์สีม่วงเข้มที่สามารถคงสีสันไว้ในขวดได้เป็นสิบๆ ปี

d’Arenberg ก่อตั้งขึ้นในปี 1912 นับเป็นโรงบ่มไวน์ที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งใน Mclaren Vale จนถึงในทศวรรษ 1970 ไวน์ของ d’Arenberg ถึงได้เริ่มมีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ

d’Arenberg ยังคงรักษากระบวนการผลิตไวน์แบบดั้งเดิมในอดีตไว้อยู่ ไวน์จะถูกทำออกมาในปริมาณไม่มากและมีรสชาติเฉพาะตัวที่เป็นรสชาติของเขต McLaren Vale จริงๆ องุ่นทุกเม็ดจะถูกกดโดยใช้ตะกร้า ไวน์แดงยังคงได้รับการหมักแบบดั้งเดิม และการใช้เทคนิคแบบเก่าอย่างการใช้เท้าย่ำ

ร้านอาหารไร่องุ่น d’Arry's Verandah เป็นร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมากที่สุดร้านหนึ่งในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่อยู่ติดกันกับห้องเก็บไวน์ใต้ดิน ลงชื่อจองการชิมไวน์แบบส่วนตัว และเพลิดเพลินไปกับศิลปะการทำไวน์ดั้งเดิมแบบเชิงลึก ที่จุดผสมไวน์ คุณสามารถเป็นผู้ผลิตไวน์และลองผสมพร้อมตั้งชื่อให้กับไวน์ของคุณแล้วเอากลับบ้านได้อีกด้วย

เดิน หรือปั่นจักรยานไปตามเส้นทางรถไฟสายเก่าที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองวิลลุงงา (Willunga) และเมืองซีฟอร์ด (Seaford) คุณจะผ่านทั้งไร่องุ่น ผ่านต้นมะกอกป่า และต้นยูคาลิปตัสอันเก่าแก่ และได้สัมผัสบรรยากาศแบบชนบทอันสวยงาม

มีโรงบ่มไวน์มากกว่า 50 แห่งกระจายตัวอยู่ทั่วเขตการผลิตไวน์ McLaren Vale แห่งนี้ คุณสามารถพบผู้ปลูกองุ่นอิสระกว่า 270 รายได้ที่นี่ McLaren Vale อยู่ห่างจากเมืองแอดิเลดมาทางใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร

กลับไปด้านบน



Chapel Hill, McLaren Vale รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Chapel Hill



Chapel Hill, McLaren Vale รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

Chapel Hill



Chapel Hill

McLaren Vale เป็นเขตที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งกำเนิดของอุตสาหกรรมการทำไวน์ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งมีมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ที่รวมถึงบรรดาไร่องุ่นที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย

เยี่ยมชม Chapel Hill ซึ่งได้ชื่อมาจากโบสถ์เก่าแก่สร้างด้วยหินเหล็กเมื่อปี 1865 ที่นี่เคยเป็นโบสถ์ท้องถิ่นมาก่อน แล้วก็กลายมาเป็นโรงเรียนสอนศาสนา จากนั้นกลายเป็นห้องเก็บไวน์ และหอศิลป์ในปัจจุบัน

โรงบ่มไวน์ Chapel Hill สร้างขึ้นในปี 1973 ตามนโยบายการฟื้นฟูสิ่งก่อสร้างยุคเก่าครั้งใหญ่ในช่วงนั้น ทุกวันนี้ Chapel Hill มีพื้นที่ในการปลูกไร่องุ่น 44 เฮคตาร์ และเป็นผู้ซื้อผลไม้จากกลุ่มผู้ผลิตไวน์อย่าง Mclaren Vale และ Adelaide Hills

โรงบ่มไวน์ที่นี่ผลิตไวน์ชาร์โดเนย์, ชิราซ, เกรนาช, มูร์แวดร์, คาเบอร์เน่ต์ โซวินญง, ซานโจเวซี, โรเซ, เทมพรานิลโล และเวอเดโล

ที่นี่มีที่พักรับรอง The Retreat ที่สามารถรองรับแขกได้ถึง 14 ท่าน ที่คุณจะได้สัมผัสทิวทัศน์อันน่าทึ่งของช่องเขา Onkaparinga Gorge ของอ่าว St Vincent ที่ร้านอาหารมีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก McLaren Vale คุณสามารถเลือกเข้าร่วมการสอนทำอาหาร หรือนั่งพักผ่อนจิบไวน์ดีกรีรางวัลชนะเลิศข้างเตาผิง แบบสบายๆ ก็ได้

ไร่แห่งนี้มีพื้นที่ติดกับอุทยานแห่งชาติ Onkaparinga พายเรือแคนูล่องไปตามแม่น้ำ Onkaparinga ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับสองของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ที่ไหลไปตามช่องเขาอันงดงามพร้อมกับหน้าผาสูงตระหง่าน ที่นี่มีแหล่งตกปลาชั้นเยี่ยมที่ปากแม่น้ำ และเส้นทางเดินเท้าหลากประเภทให้เลือก ไล่ตั้งแต่เส้นทางเดินแบบง่ายๆ ไปจนถึงการเดินเขาอันท้าทาย ตามเส้นทาง Echidna Trail คุณจะพบกับกระท่อมและซากบ้านเก่าแก่ ซึ่งสร้างขึ้นในทศวรรษ 1880

McLaren Vale อยู่ห่างจากเมืองแอดิเลดมาทางใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร

กลับไปด้านบน



Hunter Valley รัฐนิวเซาท์เวลส์


Wyndham Estate, Hunter Valley รัฐนิวเซาท์เวลส์

Wyndham Estate



Wyndham Estate, Hunter Valley รัฐนิวเซาท์เวลส์

Wyndham Estate



Wyndham Estate

Hunter Valley เป็นเขตภูมิภาคการผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย และ Wyndham Estate ยังเป็นไร่องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรเลียด้วย Wyndham Estate ได้ทุ่มเทความมุ่งมั่นให้กับการผลิตไวน์ที่เข้มข้น, นุ่มลึก และ อัดแน่นไปด้วยรสชาติไวน์ขนานแท้ โดยเริ่มจากการปลูกองุ่นพันธุ์ชิราซในปี 1830 ไร่แห่งนี้มีการส่งออกไวน์ไปกว่า 65 ประเทศทั่วโลก และไวน์ชิราซของที่นี่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล ไวน์ชนิดอื่นๆ ก็เช่นกัน

โรงบ่มไวน์เก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่บนไร่องุ่นขนาด 100 เฮคตาร์ในเขตชนบทอันเงียบสงบที่หันหน้าไปยังแม่น้ำ Hunter อันงดงาม สำรวจเส้นทาง Dalwood Heritage Trail เดินท่องเที่ยวผ่านไร่องุ่นไปจนถึงบ้านอายุ 180 ปีซึ่งเป็นบ้านของผู้ให้กำเนิดการทำไวน์ของออสเตรเลียอย่าง George Wyndham และศึกษาเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์แม่น้ำ Hunter ในระหว่างที่คุณเดินไปรอบๆ อ่าวที่สวยงาม คุณสามารถเลือกเข้าร่วมการสอนการชิมไวน์ระดับมืออาชีพ หรือเลือกชิมไวน์หลากชนิดจากห้องเก็บไวน์ใต้ดิน ซึ่งรวมถึงไวน์เก่าเก็บที่ได้รับการจดบันทึกปีที่ทำไว้อย่างดี ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียนที่ชื่อ Olive Tree ให้บริการอาหารตามฤดูกาลจากวัตถุดิบในท้องถิ่น และเติมเต็มรสชาติด้วยทัศนียภาพอันงดงามของไร่องุ่น

Hunter Valley ตั้งอยู่ทางเหนือของซิดนีย์ ใช้เวลาการเดินทางโดยการขับรถประมาณสองชั่วโมง

กลับไปด้านบน



Audrey Wilkinson, Hunter Valley รัฐนิวเซาท์เวลส์

Audrey Wilkinson



Audrey Wilkinson, Hunter Valley รัฐนิวเซาท์เวลส์

Audrey Wilkinson



Audrey Wilkinson

องุ่นชุดแรกใน Hunter Valley ปลูกโดยครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงทศวรรษที่ 1820 ซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งปลูกไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย

โรงบ่มไวน์ Audrey Wilkinson มีความเป็นมาย้อนไปในปี 1866 เมื่อตระกูล Wilkinson ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินไร่องุ่นนี้ ตระกูล Wilkinson เป็นหนึ่งในบรรดาผู้บุกเบิกการอุตสาหกรรมการทำไวน์ของออสเตรเลีย และได้ก่อตั้งโรงบ่มไวน์ขึ้นหลังจากที่ได้ไปศึกษาเกี่ยวกับการทำไวน์ในฝรั่งเศสและเยอรมัน ชื่อของโรงบ่มไวน์ตั้งขึ้นตาม Audrey Wilkinson ซึ่งได้รับไร่องุ่นแห่งนี้เป็นมรดกเมื่ออายุเพียง 15 ปี หลังจากบิดาของเค้าเสียชีวิตลง Audrey มีพรสวรรค์ในด้านการลิ้มรสที่ยอดเยี่ยม และ เค้าได้ผลิตไวน์ที่จัดได้ว่าเป็นไวน์ที่ดีที่สุดของออสเตรเลียหลายชนิด ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 Audrey Wilkinson ก็ได้กวาดรางวัลจากการประกวดทั่วออสเตรเลียมามากมายจากไวน์ฮ็อค (Hock), คลาเร็ท และเหล้าไวน์ของเค้า มีการส่งออกไวน์จำนวนมากไปที่กรุงลอนดอน

ปัจจุบันโรงบ่มไวน์ Audrey Wilkinson ผลิตไวน์เองโดยใช้เทคนิคการทำไวน์ที่ทันสมัยที่สุด ที่นี่ผลิตไวน์เซมิยอง โซวินญง บลอง, เวอเดโล, ชาร์โดเนย์, โรเซ, เมอร์โล, คาเบอร์เน่ต์ โซวินญง และชิราซ

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในไร่ที่ตั้งอยู่ในโรงบ่มไวน์เก่าแก่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเครื่องมือการทำไวน์และถังหมักไวน์

ที่นี่ยังมีบ้านพักเล็กๆ สองหลังที่สามารถรองรับครอบครัวหรือคู่รักได้ถึง 6 คู่ ให้คุณได้ผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับความงดงามของไร่องุ่นแห่งนี้

ไร่องุ่น Audrey Wilkinson ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของเทือกเขา Brokenback Mountain ซึ่งเป็นที่ที่สามารถมองทิวทัศน์ของ Hunter Valley แบบ 360 องศาได้ เปิดให้บริการทุกวันตลอดทั้งปียกเว้นวันคริสต์มาส Hunter Valley ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองซิดนีย์ ใช้เวลาการเดินทางโดยการขับรถประมาณสองชั่วโมง

กลับไปด้านบน



Yarra Valley รัฐวิกตอเรีย


De Bortoli, Yarra Valley รัฐวิกตอเรีย

De Bortoli



De Bortoli, Yarra Valley รัฐวิกตอเรีย

De Bortoli



De Bortoli

De Bortoli คือสถานที่ที่ครอบครัวหรือเพื่อสนิทมิตรสหายจะได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร และดื่มไวน์ร่วมกัน จากเมลเบิร์น ขับรถแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็จะถึง De Bortoli

โรงบ่มไวน์ De Bortoli Wines ถูกตั้งขึ้นในปี 1928 ในหมู่บ้าน Bilbul รัฐนิวเซาท์เวลส์ ปัจจุบันตระกูล De Bortoli อยู่ในธุรกิจไวน์มาถึงรุ่นที่สี่แล้ว ครอบครัว De Bortoli มีไร่องุ่นหลายแห่งอยู่ในหลายเขตภูมิภาคผลิตไวน์ชื่อดังของออสเตรเลีย รวมถึงเขต Yarra Valley ด้วย Yarra Valley Estate เป็นที่ตั้งของไร่องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในหุบเขาแห่งนี้ มีประวัติย้อนไปถึงปี 1970 ทุกวันนี้ องุ่นสายพันธุ์ที่สมาชิกครอบครัวปลูกได้แก่ ชาร์โดเนย์, ปีโนกรีส์, รีสลิง, เซมิยอง, เกเวอทซ์ทรามิเนอร์, โซวินญง บลอง, ปิโนต์บลอง, ปิโนต์นัวร์, คาเบอร์เน่ต์ โซวินญง, ชิราซ, ซานโจเวซี, เนบบิโอโล และเมอร์โล

ดูวิธีทำไวน์ระดับพรีเมียมไปกับทัวร์ชมเบื้องหลังไร่องุ่น และลิ้มรสไวน์ที่กำลังได้ที่สดๆ จากถังบ่ม ทดลองชิมไวน์เก่าแก่ที่ดีที่สุดจากห้องเก็บไวน์ใต้ดิน และลิ้มรสชีสอายุเหมาะเจาะพอดีจากร้านทำชีส ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามของไร่องุ่น

ร้านไวน์ ‘Locale’ สะท้อนถึงวัฒนธรรมอิตาเลี่ยนอันเข้มข้นของตระกูล De Bortoli ร้านแห่งนี้เหมาะสำหรับการลิ้มรสอาหารพื้นเมืองตามฤดูกาล โดยจับคู่กับไวน์คุณภาพที่ปลูกในไร่แห่งนี้

กลับไปด้านบน



Tarrawarra Estate, Yarra Valley รัฐวิกตอเรีย

TarraWarra Estate



Tarrawarra Estate, Yarra Valley รัฐวิกตอเรีย

TarraWarra Estate



TarraWarra Estate

Tarrawarra Estate ขึ้นชื่อในเรื่องของการชิมไวน์และการรับประทานอาหารในร้านอาหารที่ Yarra Valley รัฐวิกตอเรีย โรงบ่มไวน์แห่งนี้ผลิตไวน์ปิโนต์นัวร์, ชาร์โดเนย์, เมอร์โล, ชิราซ, วิออนเย, รูสแซนน์ และมาร์ซานน์

สถาปัตยกรรมสมัยใหม่อันโดดเด่นของกรอบประตูห้องเก็บไวน์ใต้ดิน ทิวทัศน์อันตระการตาของไร่องุ่นเรียงไปจนสุดสายตา และ หุบเขาที่อยู่ห่างออกไป องุ่นไร่แรกปลูกในปี 1983 องุ่นของไร่ Tarrawarra ทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีจากคนทำไวน์ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกอย่างพิถีพิถัน การเก็บด้วยมือ และการบ่มให้ได้อายุในไร่ เยี่ยมชมห้องเก็บถังไวน์เพื่อศึกษาถึงประวัติและกระบวนกรผลิตไวน์ของไร่แห่งนี้

พนักงานห้องเก็บไวน์ผู้มีความรู้เป็นอย่างดีพร้อมที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวไวน์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดต่างๆ ซึ่งไวน์เหล่านี้ได้ถูกจัดแสดงและมีจำหน่ายอยู่ในร้านอาหารด้วย คุณสามารถจับคู่ไวน์เหล่านี้กับอาหารตามฤดูกาลที่ผลิตสดใหม่จากครัวด้วยวัตถุดิบพื้นเมืองของไร่ใน Yarra Valley ได้ เพลิดเพลินไปกับมื้อเที่ยงพร้อมไวน์ที่ถูกเลือกโดยบริกรไวน์ของไร่ของเราเองเพื่อเติมเต็มรสชาติของอาหารประจำฤดูของเรา

Tarrawarra Estate ตั้งอยู่ใน Yarra Valley ใช้เวลาการเดินทางโดยการขับรถจากเมลเบิร์นมาทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมง

กลับไปด้านบน



คาบสมุทร Mornington รัฐวิกตอเรีย


Montalto Vineyard & Olive Grove คาบสมุทร Mornington รัฐวิกตอเรีย

Montalto Vineyard & Olive Grove



Montalto Vineyard & Olive Grove คาบสมุทร Mornington รัฐวิกตอเรีย

Montalto Vineyard & Olive Grove



Montalto Vineyard & Olive Grove

คาบสมุทร Mornington ของรัฐวิกตอเรียเป็นภูมิภาคที่สวยงาม ประกอบไปด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่ สวนผลไม้ ไร่มะกอก คฤหาสน์เก่าแก่ และไร่องุ่นมากกว่า 200 ไร่ ภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติและภูมิอากาศอบอุ่นของภูมิภาคนี้เหมาะสำหรับการผลิตไวน์เป็นอย่างยิ่ง

โรงบ่มไวน์ Montalto ผลิตไวน์เมืองหนาวชั้นเลิศ โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษสำหรับไวน์ปิโนต์นัวร์และชาร์โดเนย์ ไร่แห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องบรรยากาศการต้อนรับ สถาปัตยกรรมออสเตรเลียสำหรับการพักผ่อน ห้องเก็บไวน์ที่ดูเรียบง่าย และความสวยงามรอบๆ พื้นที่ ประกอบไปด้วย ไร่มะกอก ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง เส้นทางชมประติมากรรม และพื้นที่ชุ่มน้ำ

ต้นมะกอกที่โตเต็มที่แล้วกว่า 1,500 ต้นในไร่นี้ ให้ผลผลิตเป็นน้ำมันมะกอกสกัดเย็น มะกอกแช่อิ่ม และมะกอกบดที่ผลิตกันในไร่ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีจำหน่ายในไร่เท่านั้นและสามารถทดลองชิมได้ที่ห้องเก็บไวน์

โรงบ่มไวน์ Montalto ทุ่มเทให้กับการให้ความรู้เรื่องไวน์ ทีมงานห้องเก็บไวน์ที่มีความชำนาญพร้อมที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวน์ ไร่องุ่น และโรงบ่มไวน์แก่คุณ สัมผัสประสบการณ์แบบ Montalto กับแนวคิด ‘จากไร่สู่จาน’ ด้วยการรับประทานอาหารเที่ยงคอร์สสามจานในร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส Montalto ซึ่งเป็นร้านที่ดีที่สุดในคาบสมุทรนี้

คาบสมุทร Mornington ตั้งอยู่ทางใต้ของเมลเบิร์น ใช้เวลาในการขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

กลับไปด้านบน



รัฐแทสเมเนีย


Josef Chromy Wines, Tamar Valley รัฐแทสเมเนีย

Josef Chromy Wines



Josef Chromy Wines, Tamar Valley รัฐแทสเมเนีย

Josef Chromy Wines



Josef Chromy Wines, Tamar Valley

ห้องเก็บไวน์และร้านอาหารของ Josef Chromy Wines เป็นสถานที่ที่เหมาะที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดยอดไวน์แทสเมเนีย และอาหารรสเลิศที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่

โรงบ่มไวน์นี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสไตล์อังกฤษและบรรดาต้นโอ๊คอายุกว่า 100 ปี และถัดออกไปก็คือทะเลสาบอันงดงามราวกับภาพวาด โรงบ่มไวน์ และไร่องุ่น ที่นี่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโรงบ่มไวน์ที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย โรงเก็บไวน์ใต้ดินตั้งอยู่ในบ้านไร่สไตล์ดั้งเดิมของทศวรรษ 1880 จะมีฟืนติดไฟอยู่ตลอดเวลา พร้อมด้วยทิวทัศน์อัดงดงามในระหว่างที่คุณชิมไวน์เมืองหนาวหลากชนิดที่ได้รับรางวัลมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งมีทั้งสปาร์กลิงไวน์, ปีโนกรีส์, รีสลิง, โซวินญง บลอง, ชาร์โดเนย์, ปิโนต์นัวร์, เมอร์โล, โบตริทิส รีสลิง และรูบี้ ปิโนต์พอร์ต

Josef Chromy ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของชื่อที่นำมาใช้ตั้งชื่อโรงบ่มไวน์แห่งนี้ เป็นผู้มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมอาหารและไวน์ของรัฐแทสเมเนีย เค้ามีประวัติชีวิตอันน่าทึ่งในการย้ายจากยุโรปมาตั้งถิ่นฐานที่ออสเตรเลียในช่วงทศวรรษ 1950 วิสัยทัศน์ของเค้าคือการสร้างไวน์ อาหาร และประสบการณ์ชั้นเลิศ

เดินสัมผัสกับองุ่นที่ล้อมรอบตัวคุณ เพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารที่จับคู่อาหารพื้นเมืองเข้ากับไวน์ระดับรางวัลชนะเลิศเข้าด้วยกัน สำหรับผู้ที่รักการผจญภัย เราขอเสนอการเรียนการเหวี่ยงเบ็ดตกปลา และเรียนรู้วิธีการตกปลาโดยใช้เบ็ดเหวี่ยง หรือเลือกที่จะบินชมแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของรัฐแทสเมเนีย แล้วตามด้วยมื้อเที่ยงแบบสบายๆ

Josef Chromy Wines ตั้งอยู่ใน Tamar Valleyใช้เวลาขับรถจาก Launceston ประมาณ 15 นาที

กลับไปด้านบน



Moorilla Estate เมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย

Moorilla Estate



Moorilla Estate เมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย

Moorilla Estate



Moorilla Estate เมืองโฮบาร์ต

Moorilla Estate เป็นศูนย์รวมของไวน์ อาหาร ศิลปะ และการบริการที่พักแบบหรูหรา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโฮบาร์ต ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐแทสเมเนีย

Moorilla เป็นโรงบ่มไวน์ใหม่ลาสุดของไร่องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐแทสเมเนีย ไร่แห่งนี้ทำการผลิตไวน์บูติกเมืองหนาวปริมาณไม่มาก เช่น ไวน์ชาร์โดเนย์, ปิโนต์นัวร์, รีสลิง, โซวินญง บลอง, คาเบอร์เน่ต์ เมอร์โล และไซราห์

Moorilla Estate ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับพิพิภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และเก่า (MONA) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บงานศิลปะเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย อยู่ค้างคืนที่บ้านพัก MONA อันทันสมัยและหรูหรา ซึ่งตั้งชื่อตามสถาปนิกและศิลปินของออสเตรเลีย

ที่นี่มีตัวเลือกสำหรับการรับประทานอาหารหลายอย่าง ไล่ตั้งแต่ อาหารสไตล์ฝรั่งเศสของร้าน The Source อาหารแบบท่านร่วมกันของ Moorilla Wine Bar และคาเฟ่ MONA ที่ดูสบายๆ มีการผลิตเบียร์ Moo Brew ที่ไร่แห่งนี้ด้วย

Moorilla ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Derwent ห่างจากเมืองโฮบาร์ตมาทางเหนือเป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร ตัวเลือกการเดินทางที่น่าสนใจในการมาเยือนโรงบ่มไวน์นี้ คือการนั่งเรือเฟอร์รี่จากเมืองโฮบาร์ตแล้วล่องตามแม่น้ำขึ้นมา

กลับไปด้านบน

สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับออสเตรเลีย